ร้านซ่อมรถแถวซอยปัญจมิตร

เมื่อวันที่ 10 ธค. 2544 รถของดิฉัน เกิดมีอาการความร้อนขึ้น (Heat) ด้วยความตกใจ และไม่มีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์เท่าไร พอรถความร้อนขึ้น ตอนแรกก็คิดว่าจะขับไปเข้าศูนย์ ซึ่งอยู่แถวรามอินทรา แต่กลัวว่าไม่ทันแน่ เพราะต้องกลับรถอีกไกล จึงตัดสินใจเลี้ยวเข้าซอยปัญจมิตร เพื่อจอดรถก่อน แต่ก็เหลือบไปเห็น ร้านซ่อมรถ ซึ่งดูแล้วก็น่าเชื่อถือว่า คงแก้ไขปัญหาได้ ก็เลยตัดสินใจเข้าไป   โดยก็มีช่างซึ่งมาดูแล้วก็บอกว่า สงสัยหม้อน้ำรั่ว เขาก็ถามดิฉันว่า เคยเช็คราคาที่ไหนหรือเปล่า ดิฉันก็บอกว่า เคยตามที่ศูนย์ ซึ่งบอกว่าราคาประมาณ 600 - 700 บาท แต่ดิฉันก็คิดว่าคงไม่มีอะไร ก็เลยให้ช่างที่นี่ดู ให้แล้วบอกว่าให้แจ้งราคาก่อนลงมือทำ เพราะดิฉันจะรีบไปทำงาน พอประมาณบ่าย 2 โมง ช่างโทรมาบอกว่าให้มารับรถได้   (ทำโดยไม่แจ้งราคาก่อน) โดยแจ้งราคาค่าซ่อมทั้งหมด 890 บาท ดิฉันก็ตกใจ ทำใมแค่ปะหม้อน้ำทำไมถึงแพงขนาดนี้ เพราะดิฉันก็ได้เช็ค เพื่อนๆที่เคยไปปะหม้อน้ำ และล้างหม้อน้ำด้วยว่า ไม่ควรเกิน 450 บาท ดิฉันก็เลยไปรับรถตอนเย็น ในบิลแจงรายละเอียด ดังนี้ คือ ค่าน้ำยา 160 บาท ค่าซ่อม (ค่าล้างและปะหม้อน้ำ) 380 บาท และมีค่าแรงอีก 350 บาท รวม 890 บาท ดิฉันก็ถามว่า ค่าซ่อมกับค่าแรงน่า จะเป็นตัวเดียวกันทำใมต้องคิดด้วย ปรากฎว่า ร้านเขาไม่ได้ทำหม้อน้ำ ก็เลยต้องนำไปส่งต่อ ก็เลยเข้าใจ แต่ก็ติดใจว่า ทำใมค่าแรงคิดแพงมาก เพราะราคาเท่ากับที่ศูนย์เลย ก็เลยต้องการจะต่อรองราคาตรงส่วนนี้ ช่างก็พูดไม่ดีคือลดให้ 10% สำหรับค่าแรง ซึงดิฉันคิดว่า ถ้าเขาจะคิดราคาอย่างนี้ มันแพงไป แต่ก็ไม่อยากเสียเวลา เพราะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ ก็ยอมเสียค่าโง่ไป 840 บาท (ลดค่าแรงไป 50 บาท) แค้มันก็เสียความรู้สึกว่าช่างพูดจาไม่ดี เพราะดิฉันขอให้เขาลดราคาลงอีกหน่อย จะได้เป็นลูกค้าประจำกันต่อไป แต่เขาไม่สนใจ เขาพูดทำนองว่า เขาไม่ได้ง้อ เราเข้ามาเอง ช่วยไม่ได้ ทีแรก เราก็บอกว่าพูดอย่างนี้ไม่ดีนะ เราเป็นลูกค้าก็น่าจะเห็นใจกันบ้าง ลดได้ก็ลด กลับมาพูดแบบนี้มันน่าเจ็บใจไหมหล่ะ ทีแรกตั้งใจจะไม่เขียนมาเล่าให้เพื่อนได้รับรู้แล้ว เพราะถือว่าโชคไม่ดีเอง ช่างมันเถอะ แต่พอวันที่ 12 ธค.2544 (ขับได้เป็นปกติ 1 วัน) ความร้อนขึ้นอีกแล้ว ทำไงหล่ะคราวนี้ ติดอยู่บนมอเตอร์เวย์ ยังดีว่ามีพี่สาวมาด้วยก็เลยจอดรถ โทรเรียกพี่ชายให้มาดู ปรากฎว่ าที่ความร้อนขึ้นเป็นที่ปั๊มน้ำ ไม่ใช่หม้อน้ำ ตอนนี้ รถก็เอาไปเข้าศูนย์เปลี่ยนปั๊มน้ำแล้ว คุณหล่ะ คิดอย่างไรกับร้านซ่อมซึ่งไม่มีความจริงใจกับลูกค้า ถ้าการที่เราเสียเงินค่าปะหม้อน้ำ แล้วสามารถแก้อาการดังกล่าวได้ ก็ไม่น่าจะมีอะไร ก็คิดแค่ว่าเสียค่าโง่ตรงปะหม้อน้ำแพงกว่าชาวบ้านเท่านั้นเอง แต่กลับต้องมาเสียเงินเปลี่ยนปั๊มน้ำที่สูนย์อีก 3300 บาท คุณคิดอย่างไร

orasa