โรงเรียนการขนส่ง
โรงเรียนการขนส่ง เป็นหน่วยงานของรัฐบาลอยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายหลักสูตรและ
โรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ตั้งอยู่ที่อาคาร 8 กรมการขนส่งทางบก
ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เป็นสถานที่ให้การศึกษาฝึกอบรมแก่ผู้ที่ประสงค์จะ
ประกอบอาชีพเป็นพนักงานขับรถ ให้มีความรู้ ความสามารถ เป็นพนักงานขับรถที่มีคุณภาพ เพื่อลด
จำนวนอุบัติเหตุทางถนนที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน
ประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโรงเรียนการขนส่ง
โรงเรียนการขนส่ง จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก ซึ่งระบุให้ผู้ขอรับ
ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถจะต้อง ผ่านการศึกษา และจบหลักสูตรจากโรงเรียนการขนส่งของ
กรมการขนส่งทางบก หรือโรงเรียนสอนขับรถที่ กรมการขนส่งทางบกรับรอง ดังนั้น โรงเรียน
การขนส่งจึงถูกก่อตั้งในปี 2510 โดยมอบหมายให้กองสวัสิภาพการขนส่งเป็นผู้ดำเนินการ
มีหลักสูตรการฝึกอบรม ผู้ขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก 2 หลักสูตร ดังนี้
1. หลักสูตรระยะสั้น สำหรับผู้ที่ขับรถเป็นแล้ว และประสงค์จะขอรับใบอนุญาต
ต้องเข้ารับการอบรมเป็นเวลา 2 วัน โดยศึกษาในเนื้อหาวิชา ดังนี้
- ความรู้เกี่ยวกับกฏหมายจราจรทางบกและกฏหมายว่าด้วยรถยนต์
- ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุและการป้องกันอุบัติเหตุจากการจราจร
- ความรู้เกี่ยวกับกฏหมายว่าด้วยการขนส่ง กฏหมายแพ่ง - อาญา
- ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ผู้ขับรถและการบำรุงรักษารถ
- ความรู้เกี่ยวกับมนุษย์สัมพันธ์ผู้ประจำรถ
- ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพพลานามัย
- ความรู้เกี่ยวกับการขับรถลากจูง
ผู้ขอรับใบอนุญาต ต้องสอบผ่านข้อเขียนในวิชาดังกล่าวและผ่านการทดสอบภาคปฏิบัติ
จึงจะได้รับใบอนุญาต ปัจจุบัน ผู้รับผิดชอบโรงเรียน การขนส่งหลักสูตรระยะสั้น คือสำนักทะเบียน
และภาษีรถ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ 1, 2, 3, 4 สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานขนส่ง
จังหวัดสาขาทุกสาขา
2. หลักสูตรระยะยาว (2 เดือน) เปิดสอนขับรถยนต์แก่บุคคลทั่วไปที่ขับรถไม่เป็นแต่ประสงค์จะขอ
รับใบอนุญาตให้ สามารถขับรถ ทั้งชนิดที่มีน้ำหนักบรรทุก และน้ำหนักรถไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม
และที่มีน้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักรถเกินกว่า 3,500 กิโลกรัมได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
โดยมีกำหนดระยะเวลาการดำเนินการในแต่ละหลักสูตรเป็นระยะเวลา 2 เดือน ในเวลาราชการ
ตั้งแต่ 8.30 - 16.30 น. ไปเช้า-เย็นกลับ โดยจัดการศึกษาปีละ 6 รุ่น รุ่นละไม่เกิน 100 คน ดังนี้
รุ่นที่ 1 - มกราคม - กุมภาพันธ์
รุ่นที่ 2 - มีนาคม - เมษายน
รุ่นที่ 3 - พฤษภาคม - มิถุนายน
รุ่นที่ 4 - กรกฏาคม - สิงหาคม
รุ่นที่ 5 - กันยายน - ตุลาคม
รุ่นที่ 6 -พฤศจิกายน - ธันวาคม
ปัจจุบันผู้รับผิดชอบโรงเรียนการขนส่งหลักสูตรระยะยาวคือฝ่ายหลักสูตรและโรงเรียนการขนส่ง กองสวัสดิภาพการขนส่ง
หลักสูตรการศึกษาหลักสูตรระยะยาว
ผู้เข้ารับการศึกษาต้องศึกษาทั้งในส่วนของภาคทฤษฏีและปฏิบัติ โดยมีหลักสูตร ดังนี้
ภาคทฤษฏี ให้มีการเรียนภาคทฤษฏีรวม 10 วิชา ดังนี้
1. ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเครื่องยนต์และการแก้ไขข้อขัดข้อง 12 ช.ม.
2. การบำรุงรักษารถยนต์และการบรรทุก 6 ช..ม.
3. พ.ร.บ. การจราจรทางบก, รถยนต์, ทางหลวง 6 ช.ม.
4. พ.ร.บ. การขนส่งทางบก 6 ช.ม.
5. สาเหตุและการป้องกันอุบัติเหตุจากการจราจร 6 ช.ม.
6. ส่งเสริมสุขภาพพลานามัย 6 ช.ม.
7. หน้าที่พนักงานขับรถ 4 1/2 ช.ม.
8. มนุษย์สัมพันธ์สำหรับผู้ประจำรถ 4 1/2 ช.ม.
9. กฏหมายแพ่ง, อาญา 4 1/2 ช.ม.
10. การฝึกหัดขับรถเบื้องต้น (วิชานี้ไม่มีการทดสอบ) 4 1/2 ช.ม.
ภาคปฏิบัติ ฝึกหัดขับรถยนต์ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ โดยใช้รถยนต์ชนิด
คันบังคับคู่ตามมาตรฐานจริง โดยฝึกภายในบริเวณลานฝึกที่มีสภาพคล้ายถนนที่แท้จริง
เมื่อมีความชำนาญพอสมควรแล้วจะนำออกฝึกนอกสถานที่รวมชั่วโมง การฝึกไม่น้อยกว่า
15 ชั่วโมง ต่อนักเรียน 1 คน
ผู้ศึกษาต้องมีระยะเวลาการศึกษาตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 85% ของเวลาเรียน
ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติจึงจะมีสิทธิสอบ และเมื่อผ่านการทดสอบแล้ว ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับ
ประกาศนียบัตรเพื่อแสดงว่าได้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนการขนส่ง เพื่อนำไปขอรับใบอนุญาต
ขับขี่รถ ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก ตามจังหวัดที่ผู้สำเร็จการศึกษามีภูมิลำเนาต่อไป
คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเป็นนักเรียนการขนส่ง
1. มีสัญชาติไทย
2. อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
3. จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นประถมปีที่ 4 หรือเทียบเท่า
หลักฐานที่ใช้ประกอบการสมัคร
ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นนักเรียนการขนส่งต้องยื่นใบสมัครด้วยตนเอง
ที่ฝ่ายหลักสูตรและโรงเรียนการขนส่ง กองสวัสดิภาพการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก
พร้อมหลักฐานดังต่อไปนี้
1. รูปถ่าย 1 นิ้ว หน้าตรงไม่สวมหมวก 9 รูป (ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน)
2. ทะเบียนบ้านที่มีชื่อผู้สมัครปรากฏอยู่ (ให้นำตัวจริงมาแสดงและถ่ายเอกสารมาด้วย 1 ฉบับ)
3. บัตรประจำตัวประชาชน (ให้นำตัวจริงมาแสดงและถ่ายเอกสารมาด้วย 1 ชุด)
4. ประกาศนียบัตรหรือใบสุทธิแสดงวุฒิการศึกษา (ให้นำตัวจริงมาแสดงและถ่ายเอกสารมาด้วย 1 ชุด)
5. ใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้น 1 (ออกให้มาแล้วไม่เกิน 1 เดือนนับถึงวันสมัคร)
6. การค้ำประกัน ผู้สมัครจะต้องจัดให้มีการค้ำประกันความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นกับ
ทรัพย์สินของทางราชการใน ระหว่างฝึกหัดขับรถ ดังนี้
6.1 โดยบุคคลตามข้อหนึ่งข้อใดในตอนท้ายนี้ ต้องมาทำสัญญาค้ำประกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่
พร้อมทั้ง ถ่ายเอกสาร บัตรประจำตัว
6.1.1 ข้าราชการพลเรือน ตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป
6.1.2 ตำรวจ ตั้งแต่ยศนายดาบตำรวจขึ้นไป
ทหารอากาศ ตั้งแต่ยศพันจ่าอากาศเอกขึ้นไป
ทหารบก ตั้งแต่ยศจ่าสิบเอกขึ้นไป
ทหารเรือ ตั้งแต่ยศพันจ่าเอกขึ้นไป
6.1.3 พนักงานรัฐวิสาหกิจระดับหัวหน้าแผนก หัวหน้างาน หัวหน้าฝ่าย หรือเทียบเท่า
และมีเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 8,000 บาท โดยมีหนังสือรับรองเงินเดือน และการปฏิบัติงาน
6.1.4 พนักงานธนาคารพาณิชย์ที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยระดับปฏิบัติการขึ้นไปซึ่ง
ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 8,000 บาท โดยมีหนังสือรับรอง
เงินเดือนและการปฏิบัติงาน
6.1.5 พนักงานบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย ระดับปฏิบัติการขึ้นไป
ซึ่งปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท โดยมีหนังสือรับรอง
เงินเดือนและการปฏิบัติงาน
6.2 วางเงินค้ำประกันเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท ในวันสมัครเรียน และจะถอนได้เมื่อสิ้นสุดการฝึก
และไม่ก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ทางราชการ
7. ค่าธรรมเนียมการศึกษา 1,200 บาท
สิทธิของผู้สำเร็จการศึกษา
ก. ผู้มีอายุ 25 ปีบริบูรณ์
เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตร เพื่อแสดงว่าได้สำเร็จการศึกษาจาก
โรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และจะได้รับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
ชนิดที่สองทุกประเภท (สาธารณะ) เพื่อขับรถที่มีน้ำหนักบรรทุกและ น้ำหนักรถรวมกันเกินกว่า
3,500 กก. ที่มิได้ขนส่งผู้โดยสาร หรือสำหรับขนส่งผู้โดยสารเกินกว่า 20 คน
ข. ผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตร เพื่อแสดงว่าได้สำเร็จการศึกษาจาก
โรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และจะได้รับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
ชนิดที่สอง(ส่วนบุคคล) เพื่อขับขี่รถที่มีน้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักรถรวมกันเกินกว่า 3,500 กิโลกรัม
ที่มิได้ขนส่งผู้โดยสารหรือสำหรับขนส่งผู้โดยสารเกินกว่า 20 คน
ค. ผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์
เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตร เพื่อแสดงว่าได้สำเร็จการศึกษาจาก
โรงเรียนการขนส่งกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และจะได้รับใบอนุญาตขับขี่
ชนิดที่หนึ่ง(ส่วนบุคคล) เพื่อขับรถที่มีน้ำหนักรถรวมกันไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม ที่มิได้ขนส่ง
ผู้โดยสารหรือสำหรับขนส่งผู้โดยสารไม่เกิน 20 คน