 |
 |
 |
 |
 |
| ในส่วนของเครื่องยนต์
เริ่มจากภายนอกที่เห็นกัน
ก่อน INTAKE MANIFOLD
หรือท่อร่วมไอดีที่ถูกสั่งทำ
เป็นพิเศษจาก
JUN (JAPAN)
เป็รอะลูมิเนียม
มี
ขนาดใหญ่กว่าของเดิม
ทำให้เก็บกักอากาศได้มากขึ้น
ก่อนที่จะแยกไปเข้าช่องพอร์ทของแต่ละสูบ
ในส่วน
ของท่อแยก 4
ท่อ
ด้านในยังทำเป็นปากแตรอีกด้วย
เพื่อช่วยในการรีดอากาศให้เข้าไปในห้องเผาไหม้ได้
รวดเร็วขึ้น
เมื่อท่อร่วมไอดีใหญ่ขึ้นแล้ว
ถ้า THROTTLE BODY
หรือลิ้นปีกผีเสื้อ
ซึ่งทำหน้าที่เปิด
ให้อากาศผ่านเข้าไปไม่ใหญ่ก็ตาม
ก็จะเหมือนกับบีบ
หลอดแล้วดูดน้ำ
ถึงจะออกแรงดูดหรือเป่า
ยังไงก็ไม่
คล่องเท่าหลอดซึ่งไม่ถุกบีบ
ดังนั้นจึงต้องทำให้ปาก
ทาง
เข้าใหญ่ขึ้นอย่างเหมาะสมด้วย
ทาง มร.
โคยาม่า
จึงสั่ง
เปลี่ยนลิ้นปีกผีเสื้อใหม่
เปลี่ยนเป็นลิ้นปีกผีเสื้อ
ขนาดใหญ่ระดับ
90 มิลลิเมตร
ของ NISSAN
เครื่อง VQ 45
อีกทั้ง AIRFLOW METER
ของเครื่อง
VG 30 DETT
กถูกขโมยมาใช้ควบคู่กัน
(เครื่อง VG 30 DETT
เป็น
เครื่องทวินเทอร์โบ
แต่ใช้ AIRFLOW METER
ตัวใหญ่ร่วมกันเพียงตัวเดียว) |
|
| ส่วนด้านการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงก็ต้องขยายใหญ่ขึ้น
ไว้รองรับกับอัตราบูสท์สูงๆ
หัวฉีดจึงถูกเปลี่ยนมา
เป็นหัวฉีดขนาด
850 ซีซี. ทั้ง 4
หัว ของ SARD
ใส่ลง
ไปในรางหัวฉีด
STANDARD |
| ในส่วนของ
TURBO
ก่อนหน้านั้น
เจ้าของรถเคยคบ
อยู่กับ TURBO GREDDY TD 06
L2 20G
แต่เนื่อง
จากลีลาความแรง
ยังทำให้เจ้าของรถเสียวไม่พอ
จึง
เลิกรากันไป
คราวนี้เนื่องจากการทำโมดิฟายใน
ส่วนอื่นไม่พร้อมที่จะผลิตความแรง
รวมถึงความทน
ทานให้มากขึ้น
จึงหันมาคบกับ
GREDDY TD 06 25G
ที่ให้ความแรงได้มากกว่าเดิมตามไปด้วย
จากจุดนี้
ทาง XO AUTOSPORT
อยากให้สังเกตว่า
การโมดิฟายเครื่องยนต์ควรทำให้ทุกอย่างสัมพันธ์
กัน
ถึงจะสามารถดึงประสิทธิภาพของแต่ละส่วนออก
มาได้สูงสุด
อย่างเช่นการใช้เทอร์โบ
ถ้าตัวเครื่องไม่
ได้ทำมาเพื่อรองรับและเอื้ออำนวยสำหรับการบูสท์
หรือการอัดอากาศที่รุนแรง
ถึงจะใช้ TD 06 25G
ก็คงจะไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของเทอร์โบออกมา
ได้เต็มที่
สู้หันไปใช้ที่เล็กกว่าอย่าง
TD 06 L2 20G
จะดีกว่า.. |
| สำหรับทางด้าน
INTERCOOLER
ก็ได้เปลี่ยนให้มี
ขนาดใหญ่ขึ้น
เพื่อให้อากาศที่ถูกอัดเข้าไปมีอุณหภูมิ
ต่ำและมีความหนาแน่นสูงขึ้น
ส่งผลให้การจุดระเบิด
รุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ก็ยังทำให้อากาศที่ถูกอัดมา
ไหลผ่านได้ดีขึ้นด้วย
ซึ่ง INTERCOOLER
ที่ใช้นั้น
เป็นของ TRUST
รุ่น DRAG SPECIAL
พร้อมกับ
เวสเกตยี่ห้อเดียวกัน
เพื่อรักษาอัตราการบูสท์ที่อาจ
จะเลยเถิด
โดยมีผู้ควบคุมความประพฤติอีกทีคือตัว
ปรับบูสท์ไฟฟ้าของ
BLITZ |
 |
 |
 |
| ตัวเครื่องได้ถูกเสริมกำลังและพร้อมรบกับความรุน
แรงของเทอร์โบ
TD 06 25G
เอาไว้ด้วยลูกสูบ
FORGE ขนาด 87 มม.
พร้อมก้านสูบและ
LINER (ปลอกเสื้อสูบ)
ของ JUN
นอกจากนี้ยังได้ทำการ
เปลี่ยนชาฟท์อกและชาฟท์ก้านให้
โดยชาฟท์อกยังใช้
ของสแตนดาร์ด
แต่ชาฟท์ก้านนั้นใช้ของ
JUN.. |
| ในส่วนฝาสูบนี้ทาง
JUN
ได้ทำการเปลี่ยนแคมชาฟท์
เป็น 262
องศาทั้งด้านไอดีและไอเสีย
พร้อมสปริง
วาล์วของ JUN
โโยใช้ CAM SPROCKET (เฟืองแคม |
|
 |
 |
| แบบปรับตั้งได้)
ปรับตั้งจังหวะการเปิดปิดระหว่าง
ไอดีและไอเสียให้ได้ตามสเป็คที่ต้องการอีกทีหนึ่ง |
| ขั้นตอนการถ่ายทอดแรงม้า |
| ลำดับแรกต้องเริ่มจากการ
CLUTH ใช้ของ OS GIKEN
แบบ TWIN PLATE
ต่อด้วย LIMITED SLIP
ของ CUSCO รุ่น RACING
เซทโดยโคยาม่า
ต่อด้วย
ช่วงล่างระดับโลก
CUSCO
ซึ่งถอดจาก
SILVIA S14 JUN
เมื่อเครื่องแล้วแต่รถไม่สวย
ต้องเสริมสวย
โดย
เริ่มจากภายนอก
ด้านล้อมีถึง
2 ชุด
ชุดแรกเป็นล้อ
NISMO 3 ชิ้น ขอบ 18
นิ้ว
ไว้รับสาว
อีกชุดเป็นล้อ
หน้า ENKAI ขนาด 8x17
นิ้ว
ในด้านหน้ากับล้อ
SKYLINE R 339 X 17 นิ้ว
ในด้านหลังเอาไว้แข่ง
กระจกข้างก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นของ
VEILSIDE เพื่อ
การมองรถที่สวนได้ถนัดชัดเจน
ปลายท่อเป็นของ
TRUST รุ่น POWER EXTREAM |
| ภายในเปลี่ยนกันพองาม
ยืมมาจากเบาะคู่หน้าเป็น
ของ RECARO SRILL
พร้อมเบาะหลังและแผงข้าง
ก็ถูกปกคลุมด้วยผ้า
RECARO
ลายเดียวกัน
และเพื่อ
ความปลอดภัยจึงใส่
BELT 4 จุดของ WILLAND |
| ส่วนต่อมาถ้าปัจจุบันรถซิ่งคันไหนไม่มีเกจ์วัดเลยท่า
จะเชย
แต่คันนี้ใส่เพื่อประโยชน์ใช้สอยจริงๆ
เริ่ม จาก TWIN METER
ของ NISMO
ที่มีทั้งวัด
BOOST และ EX.TEMP
และเก๊ะหน้ายังมีซ่อนอยู่อีกตัวเป็น
FUEL PRESS ของ TRUST
แบบมี WARNING
นั่นเอง
ก่อนดับเครื่องต้องตั้งเวลาด้วย
TIMER ของ HKS เพื่อ
WARM DOWN
เครื่องยนต์ |
| ทดสอบตามแบบฉบับ
XO |
| เริ่มจากบน
DYNO JET ของ RAY
กันก่อน
ผลปรากฎ
ว่าสามารถปล่อยม้าออกมาได้ถึง
455 ตัว
แบบสบายๆ
ที่บุสต์ 1.3
บาร์
ซึ่งจะเค้นกันจริงๆ
ทางโคยาม่าอนุมัติ
ให้ถึง 1.5
ได้อย่างสบายๆ
พร้อมด้วยแรงบิด
48.5 กก. ม.
ซึ่งถือว่าเยี่ยมทีเดียว |
| ควอเตอร์ไมล์
13 วินาที |
| ทดสอบบนไดโนยังไม่เสียวพอ
จึงต้องทดสอบกันบน
ถนนจริงๆ
ปรากฎว่าดึงทุกเกียร์
แม้เกียร์ 1
จะออก
ตัวลำบากเล็กน้อยและมีอาการฟรีมากไปหน่อย
เนื่องจากวันที่ทดสอบ
ยังไม่ได้ใส่ช่วงล่างของที่เซ็ทมา
สำหรับ DRAG
และยางยังไม่ได้ใส่แบบ
SOFT COMPOUND (เนื้อยางนิ่ม)
ผลเลยออกมาไม่ค่อยดี
นัก
คือสามารถทำเวลาได้
13.76 วินาที
สำหรับ 1/7
ไมล์
โดยมีอัตราเร่ง
0-100 กม./ชม.
ที่เวลาเพียง
5.66 วินาที
และมีแรง G
สูงสุด 0.696 G
ที่ความเร็ว
105 กม./ชม. และ 0-200
เมตร (ใกล้เคียงกับระยะแข่ง
DRAG ที่ BITEC) 9.43
วินาที (นั่งสองคน
คนนั่งรุ่น
HEAVY WEIGHT
คนขับรุ่น
MIDDLE WEIGHT
เวลาทดสอบเป็นเวลาเที่ยงวัน).............................@ |
|