Back to Siamcar
NISSAN SILVIA S14
ในส่วนของเครื่องยนต์ เริ่มจากภายนอกที่เห็นกัน ก่อน INTAKE MANIFOLD หรือท่อร่วมไอดีที่ถูกสั่งทำ เป็นพิเศษจาก JUN (JAPAN) เป็รอะลูมิเนียม มี ขนาดใหญ่กว่าของเดิม ทำให้เก็บกักอากาศได้มากขึ้น ก่อนที่จะแยกไปเข้าช่องพอร์ทของแต่ละสูบ ในส่วน ของท่อแยก 4 ท่อ ด้านในยังทำเป็นปากแตรอีกด้วย เพื่อช่วยในการรีดอากาศให้เข้าไปในห้องเผาไหม้ได้ รวดเร็วขึ้น เมื่อท่อร่วมไอดีใหญ่ขึ้นแล้ว ถ้า THROTTLE BODY หรือลิ้นปีกผีเสื้อ ซึ่งทำหน้าที่เปิด ให้อากาศผ่านเข้าไปไม่ใหญ่ก็ตาม ก็จะเหมือนกับบีบ หลอดแล้วดูดน้ำ ถึงจะออกแรงดูดหรือเป่า ยังไงก็ไม่ คล่องเท่าหลอดซึ่งไม่ถุกบีบ ดังนั้นจึงต้องทำให้ปาก ทาง เข้าใหญ่ขึ้นอย่างเหมาะสมด้วย ทาง มร. โคยาม่า จึงสั่ง เปลี่ยนลิ้นปีกผีเสื้อใหม่ เปลี่ยนเป็นลิ้นปีกผีเสื้อ ขนาดใหญ่ระดับ 90 มิลลิเมตร ของ NISSAN เครื่อง VQ 45 อีกทั้ง AIRFLOW METER ของเครื่อง VG 30 DETT กถูกขโมยมาใช้ควบคู่กัน (เครื่อง VG 30 DETT เป็น เครื่องทวินเทอร์โบ แต่ใช้ AIRFLOW METER ตัวใหญ่ร่วมกันเพียงตัวเดียว)
ส่วนด้านการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงก็ต้องขยายใหญ่ขึ้น ไว้รองรับกับอัตราบูสท์สูงๆ หัวฉีดจึงถูกเปลี่ยนมา เป็นหัวฉีดขนาด 850 ซีซี. ทั้ง 4 หัว ของ SARD ใส่ลง ไปในรางหัวฉีด STANDARD
ในส่วนของ TURBO ก่อนหน้านั้น เจ้าของรถเคยคบ อยู่กับ TURBO GREDDY TD 06 L2 20G แต่เนื่อง จากลีลาความแรง ยังทำให้เจ้าของรถเสียวไม่พอ จึง เลิกรากันไป คราวนี้เนื่องจากการทำโมดิฟายใน ส่วนอื่นไม่พร้อมที่จะผลิตความแรง รวมถึงความทน ทานให้มากขึ้น จึงหันมาคบกับ GREDDY TD 06 25G ที่ให้ความแรงได้มากกว่าเดิมตามไปด้วย จากจุดนี้ ทาง XO AUTOSPORT อยากให้สังเกตว่า การโมดิฟายเครื่องยนต์ควรทำให้ทุกอย่างสัมพันธ์ กัน ถึงจะสามารถดึงประสิทธิภาพของแต่ละส่วนออก มาได้สูงสุด อย่างเช่นการใช้เทอร์โบ ถ้าตัวเครื่องไม่ ได้ทำมาเพื่อรองรับและเอื้ออำนวยสำหรับการบูสท์ หรือการอัดอากาศที่รุนแรง ถึงจะใช้ TD 06 25G ก็คงจะไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของเทอร์โบออกมา ได้เต็มที่ สู้หันไปใช้ที่เล็กกว่าอย่าง TD 06 L2 20G จะดีกว่า..
สำหรับทางด้าน INTERCOOLER ก็ได้เปลี่ยนให้มี ขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อให้อากาศที่ถูกอัดเข้าไปมีอุณหภูมิ ต่ำและมีความหนาแน่นสูงขึ้น ส่งผลให้การจุดระเบิด รุนแรงขึ้น นอกจากนี้ก็ยังทำให้อากาศที่ถูกอัดมา ไหลผ่านได้ดีขึ้นด้วย ซึ่ง INTERCOOLER ที่ใช้นั้น เป็นของ TRUST รุ่น DRAG SPECIAL พร้อมกับ เวสเกตยี่ห้อเดียวกัน เพื่อรักษาอัตราการบูสท์ที่อาจ จะเลยเถิด โดยมีผู้ควบคุมความประพฤติอีกทีคือตัว ปรับบูสท์ไฟฟ้าของ BLITZ
ตัวเครื่องได้ถูกเสริมกำลังและพร้อมรบกับความรุน แรงของเทอร์โบ TD 06 25G เอาไว้ด้วยลูกสูบ FORGE ขนาด 87 มม. พร้อมก้านสูบและ LINER (ปลอกเสื้อสูบ) ของ JUN นอกจากนี้ยังได้ทำการ เปลี่ยนชาฟท์อกและชาฟท์ก้านให้ โดยชาฟท์อกยังใช้ ของสแตนดาร์ด แต่ชาฟท์ก้านนั้นใช้ของ JUN..
ในส่วนฝาสูบนี้ทาง JUN ได้ทำการเปลี่ยนแคมชาฟท์ เป็น 262 องศาทั้งด้านไอดีและไอเสีย พร้อมสปริง วาล์วของ JUN โโยใช้ CAM SPROCKET (เฟืองแคม
แบบปรับตั้งได้) ปรับตั้งจังหวะการเปิดปิดระหว่าง ไอดีและไอเสียให้ได้ตามสเป็คที่ต้องการอีกทีหนึ่ง
ขั้นตอนการถ่ายทอดแรงม้า
ลำดับแรกต้องเริ่มจากการ CLUTH ใช้ของ OS GIKEN แบบ TWIN PLATE ต่อด้วย LIMITED SLIP ของ CUSCO รุ่น RACING เซทโดยโคยาม่า ต่อด้วย ช่วงล่างระดับโลก CUSCO ซึ่งถอดจาก SILVIA S14 JUN เมื่อเครื่องแล้วแต่รถไม่สวย ต้องเสริมสวย โดย เริ่มจากภายนอก ด้านล้อมีถึง 2 ชุด ชุดแรกเป็นล้อ NISMO 3 ชิ้น ขอบ 18 นิ้ว ไว้รับสาว อีกชุดเป็นล้อ หน้า ENKAI ขนาด 8x17 นิ้ว ในด้านหน้ากับล้อ SKYLINE R 339 X 17 นิ้ว ในด้านหลังเอาไว้แข่ง กระจกข้างก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นของ VEILSIDE เพื่อ การมองรถที่สวนได้ถนัดชัดเจน ปลายท่อเป็นของ TRUST รุ่น POWER EXTREAM
ภายในเปลี่ยนกันพองาม ยืมมาจากเบาะคู่หน้าเป็น ของ RECARO SRILL พร้อมเบาะหลังและแผงข้าง ก็ถูกปกคลุมด้วยผ้า RECARO ลายเดียวกัน และเพื่อ ความปลอดภัยจึงใส่ BELT 4 จุดของ WILLAND
ส่วนต่อมาถ้าปัจจุบันรถซิ่งคันไหนไม่มีเกจ์วัดเลยท่า จะเชย แต่คันนี้ใส่เพื่อประโยชน์ใช้สอยจริงๆ เริ่ม จาก TWIN METER ของ NISMO ที่มีทั้งวัด BOOST และ EX.TEMP และเก๊ะหน้ายังมีซ่อนอยู่อีกตัวเป็น FUEL PRESS ของ TRUST แบบมี WARNING นั่นเอง ก่อนดับเครื่องต้องตั้งเวลาด้วย TIMER ของ HKS เพื่อ WARM DOWN เครื่องยนต์
ทดสอบตามแบบฉบับ XO
เริ่มจากบน DYNO JET ของ RAY กันก่อน ผลปรากฎ ว่าสามารถปล่อยม้าออกมาได้ถึง 455 ตัว แบบสบายๆ ที่บุสต์ 1.3 บาร์ ซึ่งจะเค้นกันจริงๆ ทางโคยาม่าอนุมัติ ให้ถึง 1.5 ได้อย่างสบายๆ พร้อมด้วยแรงบิด 48.5 กก. ม. ซึ่งถือว่าเยี่ยมทีเดียว
ควอเตอร์ไมล์ 13 วินาที
ทดสอบบนไดโนยังไม่เสียวพอ จึงต้องทดสอบกันบน ถนนจริงๆ ปรากฎว่าดึงทุกเกียร์ แม้เกียร์ 1 จะออก ตัวลำบากเล็กน้อยและมีอาการฟรีมากไปหน่อย เนื่องจากวันที่ทดสอบ ยังไม่ได้ใส่ช่วงล่างของที่เซ็ทมา สำหรับ DRAG และยางยังไม่ได้ใส่แบบ SOFT COMPOUND (เนื้อยางนิ่ม) ผลเลยออกมาไม่ค่อยดี นัก คือสามารถทำเวลาได้ 13.76 วินาที สำหรับ 1/7 ไมล์ โดยมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่เวลาเพียง 5.66 วินาที และมีแรง G สูงสุด 0.696 G ที่ความเร็ว 105 กม./ชม. และ 0-200 เมตร (ใกล้เคียงกับระยะแข่ง DRAG ที่ BITEC) 9.43 วินาที (นั่งสองคน คนนั่งรุ่น HEAVY WEIGHT คนขับรุ่น MIDDLE WEIGHT เวลาทดสอบเป็นเวลาเที่ยงวัน).............................@
CAR AUDIO