|
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุต้นไม้ที่ปลูกบนทางเท้าของถนนลูกหลวง
ล้มลงมาทับรถยนต์ที่จอดริมถนนได้รับความเสียหายจำนวน 5 คัน
โดยรถยนต์ 2 คัน เป็นรถยนต์ที่ได้ทำประกันภัยไวักับบริษัทประกันภัย
ส่วนอีก 3 คัน มีแต่ประกันภัย พ.ร.บ. บุคคลที่ 3 เท่านั้น จึงใคร่ขอทราบว่ารถยนต์ที่ทำประกันภัยไว้
2 คันแรกนั้น บริษัทประกันภัยจะชดใช้หรือไม่
เพราะรถจอดอยู่เฉยๆ มิได้มีการชนหรือพลิกคว่ำแต่ อย่างใด ส่วนรถยนต์อีก 3 คัน เจ้าของรถจะให้ทางกทม. รับผิดชอบได้หรือไม่
รถยนต์สองคันที่ทำประกันภัยไว้
ถ้าเป็น การประกันภัยประเภทหนึ่ง ในการคุ้มครอง ความเสียหายต่อรถยนต์
กรมธรรม์ได้จำแนกออกเป็น 3 ภัย คือ
ภัยที่เกิดจากการชนหรือคว่ำ (กช) ภัยจราจล (จจ) และภัยอื่น ซึ่งคำว่า
"ภัยอื่น" หมายความถึง
ภัยที่เกิดความเสียหายต่อรถยนต์อันมิใช่เกิดจากการชนหรือคว่ำและภัยจราจล เช่น
ภัยที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำท่วมหรือลมพายุ เป็นต้น
ความเสียหายที่เกิดจากต้นไม้ล้มทับเข้าลักษณะภัยอื่น ไม่ว่าจะเกิดจากลมพายุหรือไม่ก็ตาม ซึ่งภัยจากการชนหรือคว่ำ
และภัยอื่นเป็นภัยที่กรมธรรม์ประเภทหนึ่งให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึงส่วนภัยจลาจลนั้นบางกรมธรรม์ไม่ได้ให้ความคุ้มครอง
ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้เอาประกันภัยไม่ซื้อ หรือเพราะบริษัทไม่ขายก็ได้ ดังนั้นกรณีรถยนต์ 2
คันได้รับความเสียหายจากต้นไม้ล้มทับ
ถ้าผู้เอาประกันภัยซื้อความคุ้มครองจากการประกันภัยประเภทหนึ่งไว้
บริษัทประกันภัยก็จะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้
ส่วนรถยนต์คันที่ไม่ได้ทำประกันภัยไว้
ถ้าต้นไม้มีสภาพดีแต่ล้มเพราะเกิดลมพายุ ทาง กทม. ก็ไม่ต้องรับผิดชอบ
แต่ถ้าต้นไม้กำลังยืนต้นตาย ถือว่า กทม. จะต้องรับผิดชอบ
เพราะเป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 434
ดังตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้
คำพิพากษาฎีกาที่
636/2485
ต้นนุ่นชำรุดรากโคนไม่ดีจนลำต้นเอนมาทางเรือนของโจทก์ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทราบ
แต่จำเลยไม่จัดการป้องกัน เมื่อต้นนุ่นล้มทับเรือนของโจทก์เสียหาย
จำเลยต้องรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา 434
โดยไม่คำนึงว่าจะเกิดจากลมพายุหรือไม่ก็ตาม
|