1. จะทำอย่างไร ? เมื่อต้นไม้ล้มทับรถยนต์ที่จอดไว้บนถนนใน กทม.

 

           ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุต้นไม้ที่ปลูกบนทางเท้าของถนนลูกหลวง ล้มลงมาทับรถยนต์ที่จอดริมถนนได้รับความเสียหายจำนวน 5 คัน โดยรถยนต์ 2 คัน เป็นรถยนต์ที่ได้ทำประกันภัยไวักับบริษัทประกันภัย ส่วนอีก 3 คัน มีแต่ประกันภัย พ... บุคคลที่ 3 เท่านั้น จึงใคร่ขอทราบว่ารถยนต์ที่ทำประกันภัยไว้ 2 คันแรกนั้น  บริษัทประกันภัยจะชดใช้หรือไม่ เพราะรถจอดอยู่เฉยๆ มิได้มีการชนหรือพลิกคว่ำแต่ อย่างใด ส่วนรถยนต์อีก 3 คัน เจ้าของรถจะให้ทางกทม. รับผิดชอบได้หรือไม่
           รถยนต์สองคันที่ทำประกันภัยไว้ ถ้าเป็น การประกันภัยประเภทหนึ่ง ในการคุ้มครอง ความเสียหายต่อรถยนต์ กรมธรรม์ได้จำแนกออกเป็น  3   ภัย คือ  ภัยที่เกิดจากการชนหรือคว่ำ (กช) ภัยจราจล (จจ) และภัยอื่น ซึ่งคำว่า "ภัยอื่น" หมายความถึง ภัยที่เกิดความเสียหายต่อรถยนต์อันมิใช่เกิดจากการชนหรือคว่ำและภัยจราจล เช่น  ภัยที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำท่วมหรือลมพายุ เป็นต้น ความเสียหายที่เกิดจากต้นไม้ล้มทับเข้าลักษณะภัยอื่น   ไม่ว่าจะเกิดจากลมพายุหรือไม่ก็ตาม   ซึ่งภัยจากการชนหรือคว่ำ และภัยอื่นเป็นภัยที่กรมธรรม์ประเภทหนึ่งให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึงส่วนภัยจลาจลนั้นบางกรมธรรม์ไม่ได้ให้ความคุ้มครอง   ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้เอาประกันภัยไม่ซื้อ   หรือเพราะบริษัทไม่ขายก็ได้ ดังนั้นกรณีรถยนต์ 2 คันได้รับความเสียหายจากต้นไม้ล้มทับ ถ้าผู้เอาประกันภัยซื้อความคุ้มครองจากการประกันภัยประเภทหนึ่งไว้ บริษัทประกันภัยก็จะใช้ค่าสินไหมทดแทนให้
           ส่วนรถยนต์คันที่ไม่ได้ทำประกันภัยไว้ ถ้าต้นไม้มีสภาพดีแต่ล้มเพราะเกิดลมพายุ ทาง กทม. ก็ไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าต้นไม้กำลังยืนต้นตาย ถือว่า กทม. จะต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นการละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 434 ดังตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้
           คำพิพากษาฎีกาที่  636/2485 ต้นนุ่นชำรุดรากโคนไม่ดีจนลำต้นเอนมาทางเรือนของโจทก์ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทราบ แต่จำเลยไม่จัดการป้องกัน เมื่อต้นนุ่นล้มทับเรือนของโจทก์เสียหาย       จำเลยต้องรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา 434 โดยไม่คำนึงว่าจะเกิดจากลมพายุหรือไม่ก็ตาม