2. กรมธรรม์จะคุ้มครองหรือไม่ ? เมื่อเพื่อนยืมรถไปขับแล้วเกิดอุบัติเหตุ

          นายเท่งขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 1 ป-5170 กรุงเทพมหานคร โดยได้รับความยินยอมจากนายทอง ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์ไปตามถนนสายพุทธมลฑลสาย 2 มุ่งหน้าไปทางทิศใต้โดยไม่มองดูรถตรงบริเวณทางแยก จึงแล่นตัดหน้ารถยนต์ของนายแทนในระยะกระชั้นชิด เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้ง 2 คัน ชนกันและได้รับความเสียหายทั้ง 2 คัน ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า นายเท่งได้เอาประกันภัยประเภท 3 โดยซื้อความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกไว้ด้วย ดังนี้บริษัทประกันภัยจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่เกิดแก่รถยนต์ของนายทองเจ้าของรถยนต์หรือไม่

          ตามหลักความเป็นจริง การประกันภัยรถยนต์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นกรมธรรม์ประกันภัย (Unname Driver) นั่นคือไม่ได้กำหนดชื่อผู้ขับขี่ เป็นการให้ความคุ้มครองตัวรถยนต์โดยไม่คำนึงว่าใครจะเป็นผู้ขับขี่ ซึ่งในการประกันภัยความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก จึงมีเงื่อนไขคุ้มครองผู้ขับขี่ว่าบริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับขี่รถโดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเองและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกรมธรรม์นี้

          ดังนั้น ในกรณีของนายเท่งซึ่งขับรถยนต์ของนายทองโดยได้รับความยินยอมจากนายทองผู้เอาประกันภัย นายเท่งจึงถือเสมือนหนึ่งผู้เอาประกันภัย บริษัทจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับนายแทนตามความผูกพันของกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวข้างต้น           ส่วนในกรณีที่นายแทนฟ้องคดีต่อศาลให้บริษัทประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับตนโดยไม่ได้ฟ้องหรือเรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาในคดีด้วย ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 887 วรรค 2 บัญญัติว่า ในคดีระหว่างบุคคลผู้ต้องเสียหายกับผู้รับประกันภัย ให้ผู้ต้องเสียหายเรียกตัวผู้เอาประกันภัยและผู้รับประกันภัยไปพร้อมกัน และหากผู้ต้องเสียหายไม่ได้ฟ้องหรือเรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาสู้คดีด้วยย่อมจะมีผลเพียงทำให้ผู้ต้องเสียหายไม่อาจเรียกค่าสินไหมทดแทนส่วนที่ยังขาดจากผู้เอาประกันภัยได้เท่านั้น หาได้มีผลถึงกับทำให้ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดต่อผู้ต้องเสียหาย และทำให้ผู้รับประกันภัยหลุดพ้นจากความรับผิดไปด้วยไม่ (คำพิพากษาฎีกาที่ 2447/2539)