20. เพราะเหตุใดประกันภัยพ.ร.บ.บุคคลที่ 3 ถึงไม่คุ้มครองผู้เสียหายจากรถ !

           รถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์) ของนายกนกสันต์ซึ่งได้ทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพ.ศ. 2535 ไว้กับบริษัทเอดิสันประกันภัย จำกัด จอดไว้บริเวณหน้าบ้านของนายกนกสันต์เอง ทว่า ด.ช.กนกสิน ลูกชายของนายกนกสี ที่อยู่บ้านติดกันได้ขึ้นไปนั่งเล่นบนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลงเป็นเหตุให้ด.ช.กนกสิน โดนรถทับได้รับบาดเจ็บ ต้องนำส่งสถานพยาบาลเสียค่ารักษาพยาบาลไป 1,000 บาท โดยนายกนกสันต์เจ้าของรถจักรยานยนต์แจ้งให้นายกนกสีทราบว่า รถของตนทำประกันภัยพ.ร.บ.บุคคลที่ 3 ไว้แล้ว จึงแนะนำให้นายกนกสีในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของด.ช.กนกสินไปเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทเอดิสันประกันภัย จำกัด ผู้รับประกันภัย แต่บริษัทประกันภัยปฏิเสธการชดใช้ อยากทราบว่าการปฏิเสธของบริษัทประกันภัยครั้งนี้ถูกต้องตามหลักกฎหมายหรือไม่

          การปฏิเสธชดใช้ของบริษัทประกันภัยดังกล่าวสามารถรับฟังได้สำหรับกรณีด.ช.กนกสิน เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของนายกนกสันต์ ผู้เป็นเจ้าของรถแต่อย่างใด แต่เป็นความผิดของด.ช.กนกสินเอง

          อย่างไรก็ตาม ด.ช.กนกสิน ผู้เสียหายจะได้รับความคุ้มครองจากการประกันภัยบุคคลที่ 3 ก็ต่อเมื่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เกิดจากผู้ครอบครอง หรือควบคุมรถจักรยานยนต์เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อเสียเอง จนเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ดังกล่าว ก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ ด.ช.กนกสิน ยกตัวอย่าง หากด.ช.กนกสินกำลังวิ่งเล่นอยู่ แล้วมีรถจักรยานยนต์วิ่งมาชนหรือล้มลงมาทับ โดยผู้ครอบครองหรือควบคุมรถจักรยานยนต์ประมาทเลินเล่อไม่จอดรถให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย เป็นต้น

          ทั้งนี้กรณีดังกล่าวเป็นไปตามหลักของการประกันภัย ที่กำหนดไว้ว่า รถคันเอาประกันภัยก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น จะต้องเป็นไปตามหลักแห่งการประกันภัยค้ำจุนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนการจะพิจารณาว่า ผู้ครอบครองหรือผู้ควบคุมยานพาหนะต้องรับผิดชอบต่อผู้ประสบภัยอื่นหรือไม่ ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยละเมิดคามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 420 ประกอบด้วยมาตรา 437 ซึ่งมีองค์ประกอบในการพิจารณาดังนี้

          1. รถที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ประสบภัย

          2. ความเสียหายที่ผู้ประสบภัยได้รับนั้นเป็นผลโดยตรงมาจากรถนั้น

          3. ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อผู้ประสบภัยนั้น