21. ซื้อประกันภัยพ.ร.บ.ไว้ 2 บริษัทจะจัดสรรความคุ้มครองอย่างไร

           นายสงกรานต์เช่าซื้อรถยนต์จากไฟแนนซ์แห่งหนึ่งโดยได้จัดประกันภัยให้ทั้งการประกันตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและประกันภัยประเภทหนึ่งไว้แล้ว แต่ว่านายสงกรานต์ยังไปซื้อประกันพ.ร.บ.กับอีกบริษัทหนึ่งด้วย ทำให้ความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ของนายสงกรานต์มี 2 กรมธรรม์ อยู่มาวันหนึ่งนายสงกรานต์ขับรถไปคนเดียวแล้วเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำไม่มีคู่กรณี เสียค่ารักษาพยาบาลไป 30,000 บาท บริษัทประกันของไฟแนนซ์จ่ายให้ได้เฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้น 15,000 บาท นายสงกรานต์จึงไปเรียกร้องจากอีกบริษัทหนึ่ง แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่านายสงกรานต์ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นจากบริษัทแรกไปแล้ว จึงใคร่ขอถามว่า กรณีเช่นนี้นายสงกรานต์ควรได้รับความคุ้มครองพ.ร.บ.ทั้ง 2 กรมธรรม์หรือไม่ ในจำนวนเท่าใด ?

          การประกันภัยตามพ.ร.บ.บุคคลที่ 3 เฉพาะการคุ้มครองผู้ขับขี่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเองตามกฎกระทรวงฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นกฎกระทรวงว่าด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัย เพราะออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 7 วรรคสอง จึงไม่เกี่ยวกับค่าเสียหายเบื้องต้น ซึ่งตามข้อ 2 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 ใช้คำว่า ผู้ขับขี่ที่ประสบภัยเป็นฝ่ายที่ต้องรับตามกฎหมาย เช่น ขับรถชนคนเดินถนนโดยประมาท เป็นต้น หรือไม่มีผู้ใดต้องรับผิดตามกฎหมายต่อผู้ขับขี่ที่เป็นผู้ประสบภัยอย่างเช่น กฎกระทรวงฉบับที่ 11 กำหนดว่า จำนวนเงินเอาประกันภัยให้ลดลงเป็นจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น

          ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า จำนวนเงินเอาประกันภัยจะกลายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นหรือไม่ ถ้ากฎหมายประสงค์เช่นนี้ ก็คงจะใช้คำว่าให้ได้รับเฉพาะค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น อีกทั้งค่าเสียหายเบื้องต้นตามมาตรา 20 บัญญัติว่า ให้บริษัทหรือกองทุนจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ทั้งนี้โดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ความรับผิด แสดงให้เห็นว่าการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นจะเกิดขึ้นได้ก็แต่เฉพาะกรณีผู้ขับขี่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นเท่านั้น ในระหว่างที่ต้องพิสูจน์ความรับผิดของผู้ขับขี่ก็ให้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยไปก่อนและหากผู้ขับขี่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเองก็จะมีเฉพาะจำนวนเงินเอาประกันภัยเท่านั้น ในกรณีของนายสงกรานต์จึงมีสิทธิได้รับชดใช้จำนวนเงินเอาประกันภัยของความเสียหายต่อร่างกายทั้ง 2 กรมธรรม์ จาก 50,000 บาท ลดลงมาเป็นกรมธรรม์ละ 15,000 บาท รวมเป็น 30,000 บาท เท่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง