22. เหตุใด ทายาทโดยธรรมจึงไม่ได้รับค่าเสียหาย

           นายวิเศษพูดคุยโอ้อวดอยู่เสมอว่า ตนเองมีคมถาอาคมเป็นคนอยู่ยงคงกระพันใช้มีดฟันไม่เข้าเอาปืนยิงกระสุนก็ไม่ทะลุผิวหนังเข้าไปในร่างกายทำร้ายด้วยอาวุธอะไรก็ไม่ระคายเคืองแม้แต่น้อย วันหนึ่งนายวิเศษได้นอนคว่ำลงกับพื้น โดยบอกให้นายวิสันต์ขับรถยนต์ทับร่างของตนเอง เพื่อพิสูจน์ความคงกระพัน ทว่านายวิเศษไม่ได้วิเศษอย่างที่พูดเพราะถึงแก่ความตาย พนักงานสอบสวนจึงกับกุมนายวิสันต์ พร้อมแจ้งข้อหาฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องคดีต่อศาล ศาลพิพากษาจำคุกนายวิสันต์เป็นเวลา 6 เดือน ฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ทั้งนี้เนื่องจากรถของนายวิสันต์มีประกันภัยตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ไว้กับบริษัทมุกดาหารประกันภัย จำกัด นางวิกานต์ภรรยาของนายวิเศษ ในฐานะทายาทโดยธรรม จึงเรียกร้องให้บริษัทประกันภัย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 80,000 บาท ตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กรณีเช่นนี้อยากทราบว่าบริษัทประกันภัยดังกล่าวจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับนางวิกานต์หรือไม่?

          สำหรับเหตุการณ์ข้างต้นในทางอาญาถือว่า แม้ผู้ถูกระทำยินยอมให้กระทำก็ถือเป็นความผิดทางอาญา ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมให้ทำร้ายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินก็ตาม เพราะความยินยอมดังกล่าวเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ในทางตรงข้ามหากความยินยอมนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย (Volunti non bit injuria) ซึ่งเป็นหลักที่ใช้อ้างเพื่อทำให้ผู้ที่ยินยอมนั้นหมดสิทธิ์เรียกร้องให้มีการชดใช้เยียวยา แม้ว่าผลเสียหายจะเกิดขึ้นจริง แต่ทั้งนี้ต้องเป็นความยินยอมที่มีอยู่ก่อนและยังคงมีอยู่ต่อมาจนกระทั่งมีการละเมิดเกิดขึ้นดังตัวอย่างจากคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้

          คำพิพากษาฎีกาที่ 673/2510 (ประชุมใหญ่) วินิจฉัยว่า โจทก์อวดว่าตนอยู่ยงคงกระพันให้จำเลยใช้มีดฟันเพื่อทดลองคาถาอาคม เป็นการยอมรับเอาผลเสีสยหายที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง ตามกฎหมายถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องค่าเสียหายจากจำเลย

          ฉะนั้นตามปัญหาที่ถามมา ต้องถือว่านายวิสันต์ไม่ได้ทำละเมิดต่อนายวิเศษ ไม่ต้องรับผิดต่อนายวิเศษ และบริษัทมุกดาหารประกันภัย จำกัด ก็ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับนางวิกานต์ ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของนายวิเศษแต่ประการใด