นายบุญทับบุตรชายของผมขับรถจักรยานยนต์สองล้อไปชนกับรถจักรยานยนต์คันที่มีการประกันภัยพ.ร.บ.บุคคลที่ 3 ไว้กับบริษัทเสียดฟ้าประกันภัย จำกัด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2540 ที่ผ่านมาบริเวณถนนติวานนท์ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นเหตุให้นายบุญทับบุตรชายของผม และนายจรัญญา ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คู่กรณีถึงแก่ความตายทั้ง 2 คน ฝ่ายพนักงานสอบสวนลงความเห็นว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากความประมาทของทั้ง 2 ฝ่าย จึงส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ ทั้งนี้เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 2 คนถึงแก่ความตาย พนักงานอัยการจึงสั่งไม่ฟ้อง ส่วนผมได้เรียกร้องให้บริษัทเสียดฟ้าประกันภัย จำกัด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ได้รับการปฏิเสธโดยอ้างว่าบุตรของผมก็เป็นฝ่ายประมาทด้วย จำต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงขอเรียนถามว่าการปฏิเสธของบริษัทถูกต้องด้วยเหตุผลหรือไม่เพราะเหตุใด
สำหรับกรณีนี้ เนื่องจากว่ามีการพิสูจน์ความรับผิดเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะต้องมีการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น คงเหลือแต่การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเท่านั้น ซึ่งผู้ที่ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นคือ นายบุญทับ บุตรชายของท่านกับนายจรัญญา ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คู่กรณีต้องรับผิดทั้ง 2 คน โดยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 442 บัญญัติว่า "ถ้าความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งของผู้ต้องเสียหายประกอบด้วยไซร้ท่านให้ นำบทบัญญัติในมาตรา 233 มาบังคับโดยอนุโลม"
นอกจากนี้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 233 วรรคหนึ่ง ยังได้บัญญัติอีกว่า "ถ้าฝ่ายผู้เสียหายได้มีส่วนทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหายด้วยไซร้ ท่านว่าหรางอันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ฝ่ายผู้เสียหายมากน้อยเพียงใดนั้นต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสำคัญก็คือว่าความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้น เพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร"
ดังนั้นเมื่อไม่ปรากฎว่า นายบุญทับบุตรชายของท่านเป็นฝ่ายประมาทน้อยกว่า ก็ต้องถือว่า ต่างฝ่ายต่างประมาทเลินเล่อไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่นายบุญทับนั้นเกิดจากการกระทำความผิดของตนเองด้วย กรณีดังกล่าวถือว่าต่างฝ่ายต่างไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายต่อกัน ดังนั้นข้อปฏิเสธของบริษัทประกันภัยจึงถูกต้องตามหลักการแล้ว (คำพิพากษาฎีกาที่ 505/2519,143-144/2521,542/2527,1601-1603/2529,1141/2536 และ 230-231/2538)
|