24. บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบอย่างไรเมื่ออุบัติเหตุพิสูจน์ความรับผิดได้ทันที !

           รถยนต์ขสมก.วิ่งจากสี่แยกรัชโยธินมุ่งหน้าไปสะพานควาย ด้วยความเร็วปกติต่อเมื่อรถวิ่งมาถึงบริเวณปากซอยพหลโยธิน 18 ซึ่งเป็นสี่แยกที่มีสัญญาณไฟติดตั้งอยู่และพอดีเป็นจังหวะสัญญาณไฟเขียว คนขับรถขสมก. จึงเร่งเครื่องยนต์เพื่อขับรถมุ่งหน้าไปสะพานควาย ทว่าทันใดนั้นเองได้มีรถจักรยานยนต์ ที่มีนายอัครวุฒิเป็นผู้ขับขี่วิ่งออกมาจากในซอยพหลโยธิน 18 ด้วยความเร็วสูงเพื่อหวังให้ทันสัญญาณไฟเขียวบริเวณสี่แยก เพื่อเลี้ยวซ้ายไปทางสะพานควายเช่นกัน โดยไม่ทันมองเห็นรถยนต์ขสมก.ที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงมาทางขวามือ เนื่องจากมีรั้วของกรมการขนส่งทางบกบังอยู่ นายอัครวุฒิไม่สามารถหยุดรถได้ทัน ทำให้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถยนต์ขสมก.บริเวณปากซอยนั่นเอง ด้วยความตกใจคนขับรถขสมก.ได้หักรถไปทางขวามือกะทันหันจนไปชนกับตอม่อไฟฟ้า เป็นเหตุให้นายอัครวุฒิผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์กับนายอัครพลคนซ้อนท้าย นายตวงเงินผู้ขับขี่และนายทองหยอดผู้โดยสารของรถยนต์ขสมก.ถึงแก่ความตาย เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้อยากทราบว่าบริษัทที่รับประกันภัยพ.ร.บ.ของรถขสมก.และรถจักรยานยนต์ จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับใครบ้าง และเป็นจำนวนเท่าใด

          หากข้อเท็จจริงปรากฎชัดเจนดังกล่าวข้างต้น ผู้ที่จะต้องรับผิดต่ออุบัติเหตุคือ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ดังนั้นบริษัทที่รับประกันภัยรถจักรยานยนต์จะต้องรับหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมให้กับบุคคลต่างๆ เหล่านี้ได้แก่ นายอัครพลผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ นายตวงเงินคนขับรถขสมก. และนายทองหยอดผู้โดยสารรถขสมก. เป็นจำนวนเงินคนละ 80,000 บาท ทั้งนี้เพราะบุคคลทั้งสามเป็นผู้ประสบภัยที่ถูกนายอัครวุฒิ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทำละเมิดจนได้รับความเสียหายต่อชีวิต บริษัทที่รับประกันภัยรถจักรยานยนต์จึงต้องเข้ามารับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบุคคลทั้งสามตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 887

          ส่วนนายอัครวุฒิผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ในฐานะเป็นผู้ทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก คงได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ลดลงมาเท่ากับจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้นในกรณีที่เป็นความเสียหายต่อชีวิตเป็นจำนวนเงิน 15,000 บาท ทั้งนี้ถ้ายังไม่ปรากฎชัดเจนว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายประมาท บริษัทที่รับประกันภัยรถแต่ละคันจะต้องจ่ายค่าเสียหายเบือ้งต้น ให้กับผู้ประสบภัยในรถคันที่บริษัทรับประกันภัยไว้ไปก่อนคนละ 15,000 บาท ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 24 แห่งพ.ร.บ.บุคคลที่ 3 พ.ศ. 2535 ต่อมาเมื่อพิสูจน์ความรับผิดเสร็จสิ้นแล้ว การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น