26. ผู้เอาประกันภัยซื้อประกันพ.ร.บ.ไว้ 2 กรมธรรม์ เมื่อเกิดเหตุบริษัทใดต้องรับผิดชอบ

นายสมศักดิ์เจ้าของรถจักรยานยนต์ ได้ทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถไว้ 2 กรมธรรม์ ต่อมานายสมศักดิ์ได้ขับรถจักรยานยนต์ไปตามถนนเชียงใหม่-ลำพูนสายเก่าซึ่งมีต้นยางปลูกอยู่รอบทั้งสองข้างทาง ระหว่างทางก่อนที่จะถึงที่หมายไม่ไกล ได้มีกิ่งไม้ขวางอยู่กลางถนนหนึ่งท่อน นายสมศักดิ์จึงหักรถหลบเข้าข้างทางแต่รถเกิดเสียหลักไปชนต้นยางข้างทางเป็นเหตุให้นายสมศักดิ์คอหักเสียชีวิต บริษัทที่รับประกันภัยทีหลังได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นไปแล้ว จึงอยากทราบว่าในลักษณะนี้บริษัทที่รับประกันภัยก่อนจะต้องจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นซ้ำอีกหรือไม่ และในทางกลับกันถ้าสมมติว่าบริษัทแรกได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นไปแล้ว บริษัทที่สองจะต้องจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นอีกหรือไม่

จากนิยามในพ.ร.บ.คำว่า"ความเสียหาย" หมายถึงความเสียหายต่อชีวิตร่างกาย หรืออนามัยอันเกิดจากรถ ดังนั้นค่าเสียหายที่จะได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ฉบับนี้จึงเป็นค่าเสียหายเฉพาะที่เกิดกับชีวิต และร่างกายเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินด้วย โดยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินด้วย โดยค่าเสียหายที่ผู้ประสบภัยหรือทายาทจะได้รับการชดใช้ ซึ่งการประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ได้แบ่งการประกันภัยออกเป็น 2 ลักษณะด้วยกันคือ 1. การประกันภัยค้ำจุน หรือการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ใช้กับกรณีที่ผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เกิดอุบัติเหตุต้อง รับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัยของบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนในรถ คนที่กำลังขึ้นหรือกำลังลงจากรถหรือคนนอกรถก็ตาม การที่จะพิจารณาว่าผู้ขับขี่คนนั้นต้องรับผิดชอบหรือไม่นั้น จะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยละเมิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 420 2. การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลของผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ขับขี่ซึ่งต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อบุคคลอื่นหรือไม่มีผู้ใดรับผิด ตามกฎหมายต่อผู้ขับขี่ที่ประสบภัย สำหรับการประกันภัยตามหัวข้อที่ 1นั้นถ้ายังจะต้องมีการพิสูจน์ความรับผิดของผู้ขับขี่ว่าเป็นผู้ทำละเมิดต่อผู้ประสบภัยอื่น นอกจากตัวเองหรือไม่ ก็ให้มีการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นไปก่อน แต่ถ้าสามารถเห็นได้ชัดว่าผู้ขับขี่นั้นเป็นผู้ละเมิด ต่อผู้ประสบภัยอื่น ก็ให้จ่ายเป็นค่าสินไหมทดแทนได้ทันที ถ้ารู้ถึงจำนวนความเสียหายนั้นแล้ว ตรงกันข้ามถ้าสามารถพิสูจน์ได้ทันทีว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเกิดจากความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นก็ไม่มีเหตุอันใดที่จะต้องมีการพิสูจน์ความรับผิดของผู้ขับขี่นั้น เพราะถือว่าผู้ขับขี่นั้นไม่ได้กระทำละเมิด ก็ไม่จำเป็นต้องมีการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแต่ประการใด ส่วนการประกันภัยตามข้อ 2 เป็นการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลของผู้ขับขี่ ถ้าเป็นกรณีที่ไม่มีคู่กรณีดังเช่นที่สอบถามมา ย่อมสามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ทันทีที่ผู้เอาประกันภัยนำหลักฐานเอกสารการรับเงินครบถ้วน เนื่องจากไม่ต้องมีการพิสูจน์ความรับผิด แต่ประการใด แต่เนื่องจากจำนวนเงินที่เอาประกันภัยในกรณีนี้มีจำนวนเท่ากับค่าความเสียหายเบื้องต้น จำนวนเงินที่จ่ายไปจะต้องเรียกว่า เงินค่าสินไหมทดแทนจึงจะถูกต้อง สำหรับในกรณีนี้เมื่อมีการซื้อกรมธรรม์ไว้ 2 กรมธรรม์จึงต้องมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้ง 2 กรมธรรม์พร้อมกันตามจำนวนเงิน ที่เอาประกันภัยไว้ ทั้งนี้เพราะกรณีเสียชีวิตต้องจ่ายเต็มตามจำนวนเงินเอาประกันภัยไม่ว่าจะมีกี่กรมธรรม์ก็ตาม