รถยนต์คันหนึ่งมีประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ได้ขับไปชนคนเดินถนนซึ่งวิ่งตัดหน้าอย่างกะทันหัน ขณะที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ความรับผิดชอบได้ ในบันทึกประจำวันวันไม่ได้ลงว่าใครประมาท และพนักงานสอบสวนไม่ได้มีการสอบสวนต่อแต่ประการใดโดยสิ้นสุดคดีไว้เพียงเท่านั้น ผู้ประสบภัยเสียค่ารักษาพยาบาลไป 24,000 บาทในกรณีเช่นนี้บริษัทมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายได้หรือไม่
เนื่องจากท่านไม่ได้บอกมาว่าขณะนี้บริษัทจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้ผู้ประสบภัยแล้วหรือยัง จะขอตอบเป็น 2 ประเด็นดังนั้
1. ตามมาตรา 20 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 บัญญัติว่า "เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้ประสบภัยจากรถที่บริษัทได้รับประกันภัยไว้ ให้บริษัทจ่ายค่าเสียหายเบื่องต้นแก่ผู้ประสบภัยเมื่อได้รับคำร้องขอจากผู้ประสบภัย" และตามมาตรา 25 กำหนดให้บริษัทจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ ทั้งนี้โดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ความรับผิด
ดังนั้นหากผู้ประสบภัยยังไม่ได้ร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากบริษัทก็ให้ดำเนินการร้องขอเสียภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ความเสียหายเกิดขึ้น
2. ในส่วนที่เกินจากค่าเสียหายเบื้องต้นจะต้องมีการพิสูจน์ต่อไปว่าผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว จะต้องรับผิดต่อผู้ประสบภัยหรือไม่ ซึ่งตามมาตรา 437 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติให้ผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะที่เดินกำลังเครื่องจักรกล ต้องรับผิดชองเพื่อการเสียหายต่อบุคคลอื่นอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายนั้น
ในกรณีตามปัญหาที่สอบถามมา คงจะต้องมีการนำคดีขึ้นสู่ศาล เมื่อได้ฟ้องคดีต่อศาลแล้ว หน้าที่นำสืบว่าความเสียหายที่เกิดแก่ผู้ประสบภัยนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเกิดจากความผิดของผู้ประสบภัยเอง เป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่รถยนต์คันนั้น หากไม่สามารถนำสืบเช่นนั้นได้ ก็จะต้องตกเป็นฝ่ายแพ้คดี โอกาสที่ผู้ประสบภัยจะชนะคดีจึงมีสูงมาก จึงขอแนะนำให้นำคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลต่อไป
|