| 31. ตัวการไม่เปิดเผยชือแสดงตน จะถือเอาประโยชน์จากสัญญาประกันภัยได้อย่างไร |
| นายแดงมีชื่อเป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 21729 ชลบุรี ได้ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์ไว้กับบริษัทอินชัวรันส์ประกันภัย จำกัด ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วนายแดงได้ขายรถยนต์คันดังกล่าวให้กับนายเขียว เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทว่าในสมุดจดทะเบียนรถยนต์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของรถ ซึ่งยังคงเป็นชื่อของนายแดงอยู่ จึงมอบหมายให้นายแดงเป็นผู้เอาประกันภัย ขณะที่นายเขียวมีหน้าที่เป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัย ระหว่างอายุสัญญาประกันภัยมีผลคุ้มครอง นายน้ำเงิน ลูกจ้างของนายเขียวได้นำรถยนต์คันเอาประกันภัยดังกล่าวไปขับขี่ด้วยความประมาท จนเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกคือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับความเสียหายทำให้หน่วยงานดังกล่าวนำเรื่องเข้าฟ้องร้องต่อศาล |
| สำหรับคดีที่เกิดขึ้นนี้นายเขียวได้แถลงต่อศาลว่าตนเองเป็นเจ้าของรถยนต์ โดยมีบริษัทอันชัวรันส์ประกันภัย จำกัด เป็นจำเลยร่วมได้แถลงต่อศาลยอมรับชดใช้ค่าเสียหายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามสัญญาประกันภัย ส่วนกรณีอุบัติเหตุครั้งที่ 2 หลังจากนั้นนายน้ำเงินได้ขับรถยนต์คันเอาประกันภัยไปตามถนนสายบางสมบูรณ์-องครักษ์ ขณะกำลังแล่นผ่านสะพานไม้ข้ามคลองชวด งูเห่าสะพานได้พังลงทำให้รถคันเอาประกันภัยตกลงไปในคลอง บริษัทประกันภัยได้ปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยอ้างว่านายเขียวไม่ใช่คู่สัญญากับบริษัท จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ใดๆ กับบริษัท ทำให้นายเขียวยื่นฟ้องต่อศาล เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้อ่านคิดว่านายเขียวจะมีหนทางชนะคดีหรือไม่ กรณีดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาพิเคราะห์จากพยานหลักฐานแล้วเชื่อว่า นายแดงได้ขายรถยนต์ให้กับนายเขียวไปแล้ว แต่ไม่ได้ทำการแจ้งโอนให้เป็นหลักฐาน ฉะนั้นศาลฎีกาจึงเห็นว่าการที่นายแดงทำสัญญาประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว เป็นการทำสัญญาประกันภัยแทนนายเขียว โดยนายเขียวเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันภัย ส่วนในคดีที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นโจทก์ฟ้อง บริษัทยอมผูกพันตามสัญญาประกันภัยดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าบริษัททราบแล้วว่านายแดงโอนรถยนต์ให้นายเขียวแล้ว ดังนั้นจึงถือได้ว่านายเขียวแสดงตนให้ปรากฎ และเข้ารับเอาสัญญาประกันภัยที่นายแดงได้ทำแทนแล้ว นายแดงก็สิ้นความผูกพันกับบริษัท ศาลจึงพิพากษาให้บริษัทประกันภัยต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับนายเขียวเป็นเงิน 47,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย (คำพิพากษาฎีกาที่ 465/2525) |