34. ใช้รถในทางที่ผิดกฎหมาย" หมายความว่าอย่างไร
นายชัยศิลป์เป็นเจ้าของรถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน บร.05378 ซึ่งทำประกันภัยประเภทสามไว้กับบริษัทชิงชัยประกันภัย จำกัด วันหนึ่งนายชัยศิลป์ได้ใช้ให้ลูกจ้างของตนนำข้าวเปลือกบรรทุกเต็มคันรถไปส่งที่โรงสีข้าว โดยปริมาณน้ำหนักของข้าวเปลือกกับน้ำหนักของรถบรรทุกรวมกันแล้วได้ประมาณ 27 ตันครึ่ง ประกอบกับระหว่างทางรถต้องแล่นผ่านสะพานไม้ที่ซ่อมไว้ใช้ชั่วคราวของกรมทางหลวงซึ่งติดป้ายประกาศห้ามรถที่มีน้ำหนักเกิน 10 ตันแล่นผ่าน ทว่ารถบรรทุกคันดังกล่าวได้แล่นผ่าน จนเป็นผลทำให้สะพานไม้ชั่วคราวพังลงมาใช้การไม่ได้ ด้านฝ่ายบริษัทชิงชัยประกันภัย จำกัด ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับกรมทางหลวง และอ้างว่าการขับรถผ่านสะพานไม้เช่นนี้เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพ.ร.บ.จราจรทางบก ที่ถือว่าเป็นการใช้รถในทางผิดกฎหมาย ตามข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ประกันรถยนต์ กระนั้นกรมทางหลวงจึงเป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทชิงชัยประกันภัยฯ เป็นจำเลย อยากทราบว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้บริษัทประกันภัยจะชนะคดีหรือไม่
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้แพ้คดี ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษายื่นต่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ใช้รถในทางที่ผิดกฎหมาย" ตามข้อกำหนดในกรมธรรม์ประกันภัย มิได้มีความหมายดังที่บริษัทประกันภัยเข้าใจ แต่มีความหมายว่า "เป็นการใช้รถเพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดต่อกฎหมายโดยตรง" เช่น ใช้รถเป็นพาหนะไปปล้นหรือจงใจบรรทุกของหนีภาษี ทว่าการใช้รถยนต์โดยผู้ขับขี่จงใจหรือประมาทไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.จราจรทางบกเช่นนี้ยังเรียกไม่ได้ว่าใช้รถยนต์ในทางที่ผิดกฎหมาย ตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ฉะนั้นจึงถือว่าบริษัทประกันภัยยังไม่พ้นความรับผิด อีกทั้งฎีกาของฝ่ายจำเลยยังฟังไม่ขึ้นอีกด้วย (คำพิพากษาฎีกาที่ 904/2527) หากสังเกตให้ดีจะพบว่าคดีนี้มีจุดที่น่าสนใจคือ การประกันภัยความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก มีข้อยกเว้นไม่คุ้มครองความเสียหายกับสิ่งต่างๆ ดังนี้ เครื่องชั่งน้ำหนักรถ สะพานรถ สะพานรถไฟ ถนน ทางวิ่ง ทางเดิน สนามหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่อยู่ใต้สิ่งดังกล่าว อันเกิดจากการสั่นสะเทือนหนือจากน้ำหนักของรถยนต์ หรือจากน้ำหนักบรรทุกของรถยนต์ ทั้งนี้ในคำให้การของบริษัทประกันภัยไม่ได้นำข้อยกเว้นดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้ แต่เพิ่งยะหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ในชั้นฎีกา จึงทำให้ศาลฎีกาวินิจฉัยให้บริษัทประกันภัยเป็นฝ่ายแพ้คดีไปในที่สุด ทั้งนี้จากการแก้ไขปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เมื่อปี 2540 ที่ผ่านมา ได้มีการเพิ่มข้อความบางส่วนให้สอดคล้องกับคำพิพากษาฎีกา โดยใช้คำว่า "การใช้ในทางที่ผิดกฎหมายเช่น ใช้รถยนต์ไปปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์หรือขนยาเสพติด" ซึ่งมีความชัดเจนกว่าข้อความเดิม ดังนั้นการที่บริษัทประกันภัยจะนำข้อยกเว้นดังกล่าวมาปฏิเสธความรับผิด จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกต่อไป