| 35. บริษัทประกันภัยทำอย่างไรเมื่อผู้เอาประกันชนรถคู่กรณีเสียหายขณะถูกคนร้ายจี้ระหว่างขับรถ ? |
| นางสาวพรรณรายเป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน กง-0001 นนทบุรี ซึ่งได้เอาประกันภัยตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 3535 และประกันภัย ประเภทหนึ่งคุ้มครองความรับผิดต่อความบาดเจ็บหรือมรณะส่วนที่เกินพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถไปถึง 100,000 บาทต่อ 1 คน และความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ 250,000 บาท ค่ำวันหนึ่งขณะที่เจ้าของรถขับรถออกจากบ้านพักมุ่งหน้าไปตามถนนติวานนท์เวลาประมาณ 21.00 น. โดยไม่มีผู้ใดนั่งมาด้วย ระหว่างที่รถติดสัญญาณไฟแดงนั่นเอง มีคนร้ายเปิดประตูรถเข้าไปแล้วใช้ระเบิดขู่ให้ขับรถออกไปทันทีโดยไม่รอสัญญาณไฟเขียว นางสาวพรรณรายเกิดอาการตกใจจึงขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงออกไป จึงทำให้ชนกับรถของนายสมคิด เป็นเหตุให้รถของนางสาวพรรณรายเสียหายคิดเป็นเงิน 300,000 บาท ส่วนรถของนายสมคิดเสียหายคิดเป็นเงิน 80,000 บาท และนายสมคิดได้รับบาดเจ็บเสียค่ารักษาพยาบาลไป 60,000 บาท สำหรับเหตุการณ์ลักษณะนี้อยากทราบว่าบริษัทผู้รับประกันภัยรถของนางสาวพรรณราย จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับใครบ้าง เพราะเหตุใด |
| ตามวิสัยและพฤติการณ์ดังกล่าว เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน นางสาวพรรณรายตกอยู่ในเหตุการณ์น่าหวาดกลัว ดังนั้นจะให้นางสาวพรรณรายใช้ความระมัดระวังดังเช่นบุคคลปกติไม่ได้ และการขับรถฝ่าไฟแดงกะทันหันจนชนกับรถของนายสมคิด ย่อมไม่ถือเป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ เพราะในภาวะการณ์เช่นนั้นจะให้นางสาวพรรณรายรู้สำนึกในผลเสียหายที่เกิดจากการกระทำของตนไม่ได้ ฉะนั้นนางสาวพรรณรายจึงไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดแก่นายสมคิดคู่กรณี (คำพิพากษาฎีกาที่ 769/2510) ดังนั้นในกรณีของความเสียหายที่เกิดแก่นายสมคิดทั้งความบาดเจ็บและความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์ บริษัทประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับคู่กรณี ทั้งนี้เนื่องจากการประกันภัยดังกล่าวมีลักษณะเป็นการประกันภัยค้ำจุน และเมื่อผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดต่อคู่กรณี บริษัทประกันภัยก็ไม่ต้องรับผิดต่อคู่กรณีของผู้เอาประกันภัยด้วยเช่นกัน ส่วนความเสียหายที่เกิดแก่รถยนต์ของผู้เอาประกันภัย เนื่องจากไม่เข้าข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทประกันภัยก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยซึ่งก็คือนางสาวพรรณรายเป็นจำนวนเงิน 250,000 บาท ตามจำนวนเงินที่ได้รับประกันภัยไว้ |