36. บ.ประกันภัยจ่ายสินไหมหรือไม่กรณีรถเกิดอุบัติเหตุ ทำให้นกเขาที่เลี้ยงไว้ไม่ขัน
นายกระเดื่องขับรถยนต์ของตนไปตามถนนสุขุมวิทจากกรุงเทพฯมุ่งหน้าไปพัทยา เมื่อรถยนต์วิ่งมาถึงหน้าตลาดหนองมน ได้ถูกรถยนต์บรรทุกสิบล้อขับขี่โดยนายกระด้ง ซึ่งวิ่งตามหลังมาพุ่งเข้าชนท้ายอย่างแรง เสียงดังโครมรถยนต์บรรทุกสิบล้อได้เอาประกันภัยประเภทสามไว้กับบริษัทกระดังงาประกันภัย จำกัด บริษัทได้ตกลงซ่อมรถของนายกระเดื่องให้อยู่ในสภาพเดิม แต่เนื่องจากบนรถของนายกระเดืองมีนกเขาที่นายกระเดื่องเพิ่งซื้อมาจำนวน 10 ตัวๆ ละ 50,000 บาท ล้วนเป็นนกเขาที่ขันได้ไพเราะมาก นายกระเดื่องจึงเรียกร้องให้บริษัทกระดังงาประกันภัย จัด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 500,000 บาท เท่ากับราคาที่ซื้อมา แต่ได้รับการปฏิเสธจากบริษัท จึงขอทราบว่าในกรณีเช่นนี้ บริษัทกระดังงาประกันภัย จำกัด จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับนายกระเดื่องหรือไม่
กรณีดังกล่าวข้างต้นถือได้ว่านายกระด้งทำละเมิดต่อนายกระเดื่อง จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับนายกระเดื่อง ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ประกอบด้วยมาตรา 437 เพราะทำให้ทรัพย์สินของนายกระเดื่องได้รับความเสียหายในกรณีของความเสียหายต่อรถยนต์ถือเป็น "วินาศภัย" ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 869 ซึ่งบัญญัติว่า "อันคำว่า วินาศภัยในหมวดนี้ท่านหมายความรวมเอาความเสียหายอย่างใดๆ บรรดาซึ่งจะพึงประมาณเป็นเงินได้" กรณีนี้ไม่มีปัญหาแต่ประการใดแก่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้นกเขาไม่ขันถือเป็นความเสียหายทางด้านจิตใจ ที่จะไม่ได้ฟังเสียงขันอันไพเราะของนกเขาอีกต่อไป อันเป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ในการซื้อนกมา ถือเป็นความเสียหายที่เกิดจากการละเมิด ของนายกระด้ง นายกระเดื่องจึงสามารถเรียกร้องให้นายกระด้งชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับตนได้ แต่ความเสียหายในกรณีนี้เป็นความเสียหายที่ไม่อาจประมาณเป็นเงินได้จึงไม่ใช่ "วินาศภัย" ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นายกระเดื่องจึงไม่อาจเรียกร้องให้บริษัทกระดังงาประกันภัย จำกัด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับตนเองในกรณีนี้ได้ อย่างไรก็ตาม การที่นกเขาไม่ส่งเสียงขันทำให้ราคาของนกเขาลดน้อยลงถือเป็น "วินาศภัย" ที่สามารถเรียกร้องเอากับผู้ประกันภัยได้ในกรณีดังกล่าว เพราะถือเป็นความเสียหายที่สามารถประมาณเป็นเงินได้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 440ประกอบด้วยมาตรา 869)