38. ประกันภัยอุบัติเหตุผู้ขับขี่และผู้โดยสารตามกรมธรรม์รถยนต์เป็นการประกันชีวิตหรือวินาศภัย?
นายคเชนทร์ทำประกันภัยประเภทหนึ่งประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลผู้ขับขี่ระบุชื่อและประกันภัยตามพ.ร.บ.บุคคลที่ 3 ไว้กับบริษัทคธาธารประกันภัย จำกัด ต่อมานายคเชนทร์ขับคถไปจังหวัดอุดรธานีระหว่างทางประสบอุบัติเหตุชนกับรถยนต์ของนายคชสาร ที่ขับสวนทางล้ำเข้ามาในช่องทางวิ่งของคเชนทร์ทำให้คเชนทร์เสียชีวิต รถยนต์ของคชสารทำประกันภัยตามพ.ร.บ.บุคคลที่ 3 ไว้กับบริษัทคชสีห์ประกันภัย จำกัด ซึ่งบริษัทดังกล่าวเห็นว่าคชสารเป็นฝ่ายผิดชัดแจ้งจึงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนใช้กับคชลักษณ์ ภรรยาของคเชนทร์ ตามจำนวนเงินเอาประกันภัย 80,000 บาท
ส่วนบริษัทคธาธารประกันภัย จำกัด ได้ซ่อมรถยนต์ของคเชนทร์เป็นที่เรียบร้อยจ่ายค่าซ่อมไปทั้งสิ้น 100,000 บาท และจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยสำหรับการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลอีก 100,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 200,000 บาท บริษัทคธาธารประกันภัย จำกัด เห็นว่า สามารถรับช่วงสิทธินางคชลักษณ์ไปไล่เบี้ยเอากับคชสารได้ จึงได้เรียกร้องให้คชสารชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 200,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยให้กับตน ฝ่ายคชสารตกลงชดใช้ให้เฉพาะความเสียหายของรถยนต์ ส่วนการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล แม้จะเป็นการประกันภัยที่ออกแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ก็ตาม คชสารเห็นว่า การประกันดังกล่าวเป็นการประกันชีวิต บริษัทคธาธารประกันภัย จำกัด จึงไม่มีสิทธิรับช่วงสิทธิจากนางคชลักษณ์มาไล่เบี้ยเอากับตนได้ จึงขอถามว่าการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่ออกแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เป็นการประกันชีวิตหรือการประกันวินาศภัย? การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ที่ออกเป็นเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ให้ความคุ้มครองการเสี่ยงภัยถึงชีวิตของผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารในรถยนต์ที่ผู้เอาประกันภัยเป็นสัญญา ประกันชีวิตอย่างหนึ่ง เพราะอาศัยความมรณะของบุคคลเป็นเงื่อนไขแห่งการใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 889 ซึ่งตามบทบัญญัติว่าด้วยการประกันชีวิตไม่ได้ให้สิทธิแก่ผู้รับประกันภัย ที่จะเข้ารัรบช่วงสิทธิได้อย่างกรณีการประกันวินาศภัย บริษัทคธาธารประกันภัย จำกัด แม้จะได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนจำนวน 100,000 บาท ให้แก่นางคชลักษณ์ไปแล้วก็ย่อมไม่มีสิทธิเข้ารับช่วงสิทธิเพื่อเรียกร้องเอาเงินดังกล่าวคืนมาได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 3026/4540)