41. นำรถบรรทุกไปพ่วงรถพ่วงแล้วเกิดอุบัติเหตุจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่?
ผมมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน กล่าวคือ ผมมีรถบรรทุกสิบล้ออยู่ 1 คัน ได้ทำประกันภัยประเภทหนึ่งไว้กับบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ต่อมาผมได้ซื้อรถพ่วงมาคันหนึ่งแต่ ไม่ได้มีการทำประกันภัย วันหนึ่งรถบรรทุกคันดังกล่าวได้พ่วงรถพ่วงบรรทุกสินค้าไปส่งที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนราวสะพานของกรมทางหลวงเสียหายคิดเป็นเงิน 60,000 บาท รถยนต์ได้รับความเสียหายคิดเป็นจำนวนเงิน 700,000 บาท เสียค่าลากจูงไปอู่ซ่อมอีก 26,000 บาท ความเสียหายทั้งหมดไม่เกินจำนวนเงินจำกัดความรับผิด แต่บริษัทประกันภัยได้ปฏิเสธการชดใช้ โดยอ้างว่าผู้เอาประกันภัยปฏิบัติผิดเงื่อนไขแห่งสัญญากรมธรรม์ โดยเอารถคันที่มีประกันภัยไปลากจูงรถพ่วงซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อยกเว้นการคุ้มครอง ผมสงสัยว่าก็ในเมื่อตัวรถยนต์มีประกันภัยความเสียหายที่เกิดแก่ตัวรถยนต์ก็น่าจะได้รับความคุ้มครอง ทำไมจึงมีข้อยกเว้นเช่นกัน
การให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ตามสัญญาหมวดที่ 3 และการให้ความคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกตามสัญญาหมวดที่ 2 มีข้อยกเว้นการคุ้มครอง "การใช้ลาก จูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลาก จูงหรือถูกผลักดันได้ประกันภัยไวักับบริษัทด้วยหรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถที่มีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกัน" เหตุผลที่ต้องกำหนดเป็นข้อยกเว้นไว้ดังกล่าวก็เนื่องจากการใช้รถคันเอาประกันภัยไปใช้ลากจูงหรือไปใช้ผลักดันรถคันอื่น ซึ่งจะเห็นได้บ่อยๆ ในกรณีรถอีกคันเกิดเครื่องเสีย ในกรณีเช่นนี้ย่อมเป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่าความเสี่ยงภัยสูงขึ้นกว่าปกติ กรมธรรม์จึงต้องกำหนดเป็นข้อยกเว้นไว้ ดังตัวอย่างคำพิพากษาฎีกา ต่อไปนี้ คำพิพากษาฎีกาที่ 309/2539 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่การประกันภัยไม่คุ้มครองการใช้ลากจูงหรือผลักดัน เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือถูกผลักดันได้ประกันภัยไว้กับจำเลย ก็เนื่องจากการใช้รถยนต์คันเอาประกันภัยไปใช้ลากจูงหรือผลักดันทำให้เกิดความเสี่ยงภัยมากขึ้น เมื่อโจทก์ใช้รถยนต์คันเอาประกันภัยกับจำเลยลากจูงรถคันอื่นที่ไม่ได้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยและเกิดเหตุคดีนี้ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุโดยตรงจากการลากจูงหรือไม่ ก็ไม่อยู่ในขอบเขตแห่งความคุ้มครอง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์