| 43. ทำประกันภัยไว้สองบริษัทไม่พร้อมกัน ถือหลักการชดใช้อย่างไร |
| นายกระจายเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ได้เอาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถไว้ 2 กรมธรรม์ กรมธรรม์แรกเอาประกันภัยไว้กับบริษัทสมถวิลประกันภัย จำกัด ระยะเวลาเริ่มต้นวันที่ 1 มกราคม 2542 กรมธรรม์ที่ 2 เอาประกันภัยไว้กับบริษัทจินตหราประกันภัย จำกัด ระยะเวลาเริ่มต้นวันที่ 15 มกราคม 2542 ต่อมาเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2542 นายกระจายขับรถจักรยานยนต์ไปชนเด็กชายกระจับได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นเงินทั้งสิ้น 40,000 บาท ผลการพิสูจน์ความรับผิดพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่านายกระจายขับรถโดยประมาทจึงเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 400 บาท ขอทราบว่า ในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนบริษัทประกันภัยทั้ง 2 จะแบ่งส่วนการชดใช้กันอย่างไร |
| กรณีดังกล่าวข้างต้นมีผู้ทำละเมิดคนเดียวคือนายกระจาย เอาประกันภัยในเหตุวินาศภัยเดียวกัน 2 บริษัทไม่พร้อมกัน จำนวนเงินค่าเสียหายคือ 40,000 บาท ไม่เกินกว่าจำนวนเงินเอาประกันภัยที่บริษัทเดียวจะรับผิดชดใช้ให้ได้ ซึ่งความเสียหายต่อร่างกายมีจำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาทต่อคน การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีทำสัญญาประกันภัย 2 ราย หรือกว่านั้นถ้าพร้อมกันคือวันเดียวกัน บริษัทประกันภัยแต่ละบริษัทต้องเฉลี่ยกันชดใช้มากน้อยตามจำนวนเงินเอาประกันภัยที่แต่ละบริษัทได้รับประกันภัยไว้ แต่ในกรณีนี้เป็นการประกันภัยที่ทำประกันภัยไม่พร้อมกันหรือที่กฎหมายเรียกว่า สืบเนื่องเป็นลำดับกัน ตามมาตรา 870 วรรคสามแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้บัญญัติไว้ว่า "ถ้าได้ทำสัญญาประกันภัยเป็นสองรายหรือกว่านั้นสืบเนื่องเป็นลำดับกัน ท่านว่าผู้รับประกันภัยคนแรกจะต้องรับผิดเพื่อความวินาศภัยก่อน ถ้าและจำนวนเงินซึ่งผู้รับประกันภัยคนแรกได้ใช้นั้น ยังไม่คุ้มจำนวนเงินวินาศภัยไซร้ผู้รับประกันภัยคนถัดไปก็ต้องรับผิดในส่วนที่ยังขาดอยู่นั้นต่อๆ กันไปจนกว่าจะคุ้มวินาศ" ดังนั้นเมื่อความเสียหายที่นายกระจายก่อให้เกิดความเสียหายต่อเด็กชายกระจับมีจำนวน 40,000 บาท ไม่เกินกว่าจำนวนเงินเอาประกันภัยไว้ บริษัทสมถวิลประกันภัย จำกัด รับประกันภัยไว้ บริษัทสมถวิลประกันภัย จำกัด จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับเด็กชายกระจับแต่เพียงผู้เดียว |