45. รถเกิดอุบัติเหตุสุดวิสัย บ.ประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมให้อย่างไร
นายลำพองกับนางสาวรำพึงนัดพบกันเพื่อรับประทานอาหารเย็นกันที่ภัตตาคารหรูหราแห่งหนึ่งระหว่างรับประทานอาหารได้มีคนร้าย 2 คนเข้ามาโจรกรรมรถยนต์ของทั้ง 2 คน ขับคู่ขนานกันไปเต็มถนนเพราะมีทางวิ่งสองช่องเท่านั้น รถของรำพึงคนร้ายขับในช่องของรถที่ให้วิ่งสวนทางมากเป็นเวลาเดียวกับที่นายลำใยกำลังขับรถสวนทางมา ลำใยจึงตัดสินใจหักรถหลบไปทางขวามือของตน เข้าไปในช่องที่รถของลำพองวิ่งอยู่ เพราะเหตุที่ไม่เห็นรถของลำพอง เนื่องจากเป็นเวลาค่ำคืนประกอบกับข้างหน้ารถของลำพองมีรถบรรทุกวิ่งนำหน้าอยู่ จึงมองไม่เห็นแสงไฟรถของลำพอง เป็นเหตุให้ชนกับรถของลำพอง
บริษัทรุ่งไทยประกันภัย จำกัด เมื่อได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ลำพองแล้วจึงรับช่วงสิทธิลำพองไล่เบี้ยเอากับบริษัทวัฒนะประกันภัย จำกัด ผู้รับประกันภัยรถยนต์ของลำใย ซึ่งบริษัทดังกล่าว ต่อสู้ว่าคนร้ายที่ขับรถของรำพึงต่างหากที่เป็นฝ่ายประมาทเพราะขับรถเข้าไปในช่องทางรถของลำใย ส่วนผู้เอาประกันคือลำใยไม่ได้ขับรถโดยประมาท จึงขอทราบว่าข้ออ้างของบริษัทวัฒนะประกันภัย จำกัด รับฟังได้หรือไม่ เพียงใด จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นรับฟังได้ว่าเมื่อคนร้ายโจรกรรมรถของลำพองและรำพึงไปแล้วขับคู่ขนานกันไปเต็มถนนในเวลากลางคืน คนร้ายที่ขับรถของรำพึงเข้าไปวิ่งในช่องทางของรถที่ลำใยกำลังขับสวนทางมา การที่ลำใยหักรถหลบไปทางขวามือของตนก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ชนกับรถของรำพึง หากลำใยเห็นแสงไฟรถของลำพอง ลำใยคงจะยอมให้รถของตนชนกับรถของรำพึงมากกว่า จึงเชื่อได้ว่าลำใยมองไม่เห็นแสงไฟจากรถของลำพอง เพราะรถบรรทุกที่วิ่งอยู่หน้ารถของลำพองบังแสงไฟรถของลำพองอยู่ ดังนั้นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจึงมิได้เกิดจากความประมาทของลำใย แต่เกิดจากเหตุสุดวิสัย ฉะนั้นข้ออ้างของ บริษัทวัฒนะประกันภัย จำกัด รับฟังได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 326/2522)