คาดว่าผู้อ่านคอลัมน์นี้คงจำกรณีลูกจ้างเจ้าของรถบรรทุกเกิดอุบัติเหตุพลัดตกลงมาจากรถบรรทุก ขณะผูกเชือกรัดผ้าใบคลุมรถ ซึ่งกรณีดังกล่าวได้อธิบายเหตุผลไว้ว่า
ผู้ประสบภัยรายนี้ไม่มีสิทธิ์ได้รับชดใช้ทั้งค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าสินไหมทดแทน เพราะรถยนต์คันเกิดเหตุ จอดอยู่เฉยๆ ไม่ได้พลิกคว่ำหรือชนหรือจอดไว้แล้วไหล
ไปชนคน ที่สำคัญรถยนต์ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ และไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ประสบภัย แต่ว่าผู้ประสบภัยก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเอง จากเหตุผลดังกล่าวผู้อ่านหลาย
ท่านยังไม่เข้าใจและสอบถามมาว่าในเมื่อผู้ประสบภัยรายนี้มีคุณสมบัติตรงตามนิยามคำว่า "ผู้ประสบภัย" ตามมาตรา 4 ของพ.ร.บ.บุคคลที่ 3 ทุกประการ ทำไม?
จึงไม่ได้รับชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้น
เพื่อเป็นการตอกย้ำให้ผู้อ่านทราบถึงเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ในประเด็นที่ว่า การประกันภัยตามพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นการประกันภัยค้ำจุน
กรณีที่ผู้ขับขี่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ประสบภัยอื่น และเป็นการประกันอุบัติเหตุ สำหรับผู้ขับขี่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเอง
ทั้งนี้วิธีการตีความตามกฎหมายนั้นจะตีความเฉพาะคำนิยามไม่ได้ และถ้ายังไม่ชัดเจนจะต้องนำเอาบทบัญญัติในมาตราอื่นๆ มาประกอบด้วยเจตนารมณ์หรือเหตุผล
ในการประกาศใช้บังคับกฎหมาย ก็สามารถนำมาเป็นแนวทางในการประกอบการพิจารณาตีความได้ยกตัวอย่างพ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ไม่มีบทไหนที่ให้คำนิยามคำว่า"เกษตรกร"บอกว่าต้องเป็นผู้ยากจน แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่า เกษตรกรที่มีสิทธิ์ได้รับแจกส.ป.ก.4-01ต้องเป็นเกษตรกรที่ยากจน ซึ่งรายละเอียดดังกล่าวมีความหมายคล้ายคลึงกับพ.ร.บ. คุ้มครองบุคคลที่ 3 เช่นกัน ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงคำนิยามคำว่า "ผู้ประสบภัย" ในมาตรา
4 ประกอบกับบทบัญญัติในมาตรา 7 มาตรา 23 มาตรา 24 และ มาตรา 25 เหตุผลในการประกาศใชับังคับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิดรวมถึงหลักการประกันภัย
เราอาจให้องค์ประกอบของผู้ประสบภัยที่ถูกผู้ขับขี่ก่อให้เกิดความเสียหายที่มีสิทธิ์ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ดังนี้
1. รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ
2.มีผู้ได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย เนื่องจากอุบัติเหตุจากรถนั้น
3. ผู้ควบคุมรถหรือเจ้าของรถต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อผู้ประสบภัยนั้น
ตามตัวอย่างข้างต้นเข้าองค์ประกอบเฉพาะตามข้อ 2 เท่านั้น แต่ขาดองค์ประกอบตามข้อ 1 และข้อ 3 ฉะนั้นแม้จะเป็นผู้ประสบภัยตามคำนิยามในมาตรา 4 ก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ผู้ประสบภัยที่มีสิทธิ์ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามพ.ร.บ.บุคคลที่ 3 พ.ศ. 2535
|