8. ผู้ขับขี่ที่ขาดใบขับขี่และเป็นผู้ประสบภัย พ.ร.บ.บุคคลที่ 3 ให้ความคุ้มครองอย่างไร ?

           นายศรีแสงอยู่บ้านเลขที่ 95/1 ซอย 25 หมู่ที่ 5 ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรีให้ความสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดการทำประกันรถยนค์ จึงได้ส่งคำถามมาถึงคอลัมน์รู้ทันประกันรถยนต์ โดยนายศรีแสงมีความข้องใจเกี่ยวกับการประกันภัยระบุข้อความที่มีผลยังคับตามกฎหมายไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพ.ศ. 2535 กล่าวคือ บริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนกรณีที่ผู้ขับขี่ที่ประสบภัยไม่มีใบขับขี่นั้น ถือเป็นการขัดต่อมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีงานของประชาชน อยากทราบว่าข้อความดังกล่าวข้างต้นในกรมธรรม์จะตกเป็นโมฆะหรือไม่

          สำหรับข้อเท็จจริงตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพ.ศ. 2535 ได้บัญญัติไว้ว่า "กรมธรรม์ประกันภัยหรือเอกสารประกอบหรือแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งมีข้อความระบุถึง ความรับผิดของบริษัทแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ บริษัทจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เพื่อปฏิเสธความรับผิดต่อผู้ประสบภัย ในการชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นมิได้" นอกจากนี้กรมธรรม์ประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดข้อยกเว้นไว้ในข้อ 18.10 ไม่คุ้มครองความรับผิด อันเกิดจากการขับขี่โดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่ใดๆ หรือเคยได้รับแต่ถูกตัดสิทธิตามกฎหมาย หรือใช้ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไปขับขี่รถยนต์

          ดังนั้นจึงขออธิบายให้ทราบว่าตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ห้ามมิให้บริษัทประกันภัยปฏิเสธความรับผิดต่อผู้ประสบภัยเฉพาะการชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น ไม่รวมไปถึงค่าสินไหมทดแทน ซึ่งตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพ.ศ. 2535 เรียกว่า "ความเสียหาย" ส่วนความในข้อ 18.10 ที่กำหนดเป็นข้อยกเว้นไว้นั้นจะเป็นกรณีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าเสียหายเบื้องต้น

          อย่างไรก็ตาม การขับรถโดยบุคคลที่ไม่เคยได้รับอนุญาตขับขี่รถยนต์ใดๆ เลยนั้น ต้องถือว่ามีความเสี่ยงภัยสูงมาก เนื่องจากไม่มีความรู้เกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์ที่ถูกต้อง ตลอดจนขาดความรู้เรื่องกฎข้อบังคับและเครื่องหมายการจราจรที่ควรทราบ ซึ่งกรณีเช่นนี้บริษัทประกันภัยยังไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดต่อผู้ประสบภัยในการขอชดเชยค่าสินไหมทดแทนได้เลย แต่ตามเงื่อนไขข้อ 19 ว่าด้วยข้อสัญญาพิเศษได้กำหนดว่า เมื่อบริษัทได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้ประสบภัยไปแล้ว ผู้เอาประกันภัยต้องใช้จำนวนเงินที่บริษัทได้จ่ายไปคืนให้บริษัทภายใน 7 วัน ซึ่งนับว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประสบภัยมากกว่าที่กฎหมายกำหนดเสียอีก