ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป!!  รถติดไฟแนนซ์ "รถหาย" ต้องผ่อนต่อหรือไม่? รู้ไว้จะได้ไม่โดนหลอก!!

ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป!! รถติดไฟแนนซ์ "รถหาย" ต้องผ่อนต่อหรือไม่? รู้ไว้จะได้ไม่โดนหลอก!!

    เป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยจริงๆ หากเมื่อวันหนึ่งมีโจรมาขโมยรถเราซึ่งรถยังติดไฟแนนซ์ผ่อนไม่หมด แล้วเราต้องผ่อนต่อหรือไม่ โดยเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่คาใจใครหลายๆคน วันนี้ คำอธิบายชัดๆจากคุณ tatumaa สมาชิกเว็บไซต์พันทิปได้ตั้งกระะทู้ไว้ว่า เรื่องรถหาย..แต่ติดไฟแนนซ์อยู่ แล้วไม่ต้องผ่อนต่อ จริงหรือ?? เราลองมาฟังคำตอบกันเลยจ้า....

    "ช่วงนี้เราต้องยอมรับว่าเศรษฐ์กิจมันตกสะเก็ด ที่ศาลทุกวันนี้มีคดีล้นศาลแล้ว ทั้งคดีลัก วิ่ง ชิง ปล้น เต็มศาลไปหมด เช้านี้ผมเปิดทีวีเห็นข่าวขโมย รถป้ายแดงข้ามแดน น่าเป็นห่วง แทนเจ้าของรถยนต์ ที่ถูกขโมยไปในระหว่างที่กำลังผ่อนกับไฟแนนซ์ ว่าจะต้องผ่อนกุญแจรถต่อ หรือไม่? ขอแนะนำว่าให้แจ้งความเป็นหลักฐานกับตำรวจ แล้วนำสำเนาการแจ้งความไปมอบให้ บ.ประกันภัย และไฟแนนซ์ ที่สำคัญผมขอย้ำเลยนะว่า ไม่ต้องผ่อนต่อ เพราะ กฎหมายเช่าซื้อ คือ การให้เช่า + คำมั่นว่าจะขาย ดังนั้นเมื่อทรัพย์ ที่เช่าซื้อสูญหาย สัญญาย่อมระงับ ผู้เช่าซื้อไม่ต้องส่ง ค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ มีหลายคนโดนไฟแนนซ์ หลอกให้ผ่อนกุญแจ ทั้งๆที่สัญญาระงับไปแล้ว... ในทางกฎหมาย ควรต้องหยุดจ่าย ค่างวดทันทีเพราะรถที่เช่าซื้อสูญหายไปแล้ว สัญญาเช่าซื้อก็ต้องระงับ เงินประกันรถหายก็ได้ไปแล้ว ปกติวงเงินประกัน 80% ของราคาเต็ม ดังนั้น จึงเหลือประเด็นเดียวว่า ค่าเสียหายมีเท่าไหร่ ?

      เรื่องนี้ศาลฎีกาเคยวางบรรทัดฐานว่า ถ้ารถที่เช่าซื้อสูญหาย ก็ต้องมาคำนวณว่า รถราคาเท่าใด ผู้เช่าซื้อจ่ายเงินค่างวดมาแล้ว เป็นเงินเท่าใด บริษัทประกันได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทลิสซิ่งเนื่องจากรถหาย เป็นเงินเท่าใด ถ้า 2 จำนวนนี้รวมกันแล้วเกินกว่าราคารถที่บริษัทลิสซิ่ง ซื้อมาอย่างนี้ผู้เช่าซื้อ ก็ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย ถ้าสัญญาเช่าซื้อ มีข้อตกลงให้บริษัทเรียกค่าเช่าซื้อที่ยังขาดอยู่ได้ แม้ว่าทรัพย์ที่เช่าซื้อ จะสูญหายก็ตาม เรื่องนี้ ศาลมีอำนาจ ที่จะกำหนดให้ ผู้เช่าซื้อชำระหรือไม่ก็ได้ ศาลก็จะกำหนดความเสียหาย ให้ตามสมควร แต่มิใช่ให้ชำระค่าเช่าซื้อ จนครบเต็มตามสัญญา หากบริษัทไฟแนนซ์ ซึ่งทราบดีว่า รถยนต์เช่าซื้อหาย แล้วยังยังนำฟ้องคดีอีก ถือว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยไม่เป็นธรรม สู้ในศาลได้เลยครับ "

 
Advertisement

       ฟันธง ไม่ต้องผ่อนแล้วครับ เพราะมีไม่น้อยที่โดนไฟแนนซ์มันบอกให้ผ่อนกุญแจทั้งๆที่สัญญาระงับไปแล้ว...

ข้างล่างนี้ ผมก๊อปมาจากเวปของ อ ประมาณ นะครับ

       ในทางกฎหมายควรต้องหยุดจ่ายค่างวดทันทีเพราะรถที่เช่าซื้อสูญหายไปแล้ว สัญญาเช่าซื้อก็ต้องระงับ ดังนั้น จึงเหลือประเด็นเดียวว่าค่าเสียหายมีเท่าไหร่ ? เรื่องนี้ศาลฎีกาเคยวางบรรทัดฐานนะครับว่าถ้ารถที่เช่าซื้อสูญหายก็ต้องมาคำนวณครับว่ารถราคาเท่าใด ผู้เช่าซื้อจ่ายเงินค่างวดมาแล้วเป็นเงินเท่าใด บริษัทประกันได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทลิสซิ่งเนื่องจากรถหายเป็นเงินเท่าใดถ้า 2 จำนวนนี้รวมกันแล้วเกินกว่าราคารถที่บริษัทลิสซิ่งซื้อมาอย่างนี้ผู้เช่าซื้อก็ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย

       มีข้อถามต่อไปว่า ถ้าสัญญาเช่าซื้อมีข้อตกลงให้บริษัทเรียกค่าเช่าซื้อที่ยังขาดอยู่ได้แม้ว่าทรัพย์ที่เช่าซื้อจะสูญหายก็ตาม เรื่องนี้ ศาลมีอำนาจที่จะกำหนดให้ผู้เช่าซื้อชำระหรือไม่ก็ได้ครับ และถ้าศาลกำหนดให้ชำระละครับต้องชำระเต็มตามสัญญาหรือเปล่า? คำตอบก็คือว่าการที่จะกำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องชำระนั้นต้องพิจารณาด้วยนะครับว่าเงินค่าเช่าซื้อที่บริษัทลิสซิ่งได้รับชำระมาแล้วรวมกับค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทประกันภัยได้จ่ายให้ เมื่อยังไม่เพียงพอกับความเสียหายที่ผู้ให้เช่าซื้อได้รับ ศาลก็จะกำหนดความเสียหายให้ตามสมควร แต่มิใช่ให้ชำระค่าเช่าซื้อจนครบเต็มตามสัญญา และหากหลังจากรถหายไป 2 ปี เกิดจับคนร้ายได้แล้วได้รถที่เช่าซื้อกลับคืนมา รถต้องเป็นของบริษัทประกันนะครับ ไม่ได้เป็นของเรา เพราะสัญญาเช่าซื้อระหว่างเรากับบริษัท มันจบและตัดขาดกันโช๊ะ ๆ ไปแล้วครับ

ที่มา http://www.civicesgroup.com/forum/topic26357