เอาแล้วไง!! งานนี้เอาจริงจับจริง "ห้ามจอดหรือขี่รถ" บนเส้นทางต่อไปนี้ ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือนแบบนี้!? (รายละเอียด)

เอาแล้วไง!! งานนี้เอาจริงจับจริง "ห้ามจอดหรือขี่รถ" บนเส้นทางต่อไปนี้ ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือนแบบนี้!? (รายละเอียด)

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ศาลาว่าการกทม. น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกทม. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารฝ ครั้งที่ 3 โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุม โดยสำนักเทศกิจ ได้รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหากรณีรถจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้าว่า สำนักเทศกิจได้มีหนังสือเวียนแจ้งให้สำนักงานเขตกวดขันไม่ให้มีการจอดหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ จัดทำป้ายข้อความติดตั้งในจุดที่ประชาชนมองเห็นได้อย่างชัดเจน และกระจายเสียงให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ผู้ว่าฯ กทม.ยังได้สั่งการให้สำนักงานเขตกวดขันไม่ให้มีการจอดหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า โดยเคร่งครัด โดยจัดชุดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะช่วงเวลาชั่วโมงเร่งด่วน และถนนที่มีการจราจรหนาแน่น เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนพระรามที่ 4 ถนนเพชรบุรี ถนนพหลโยธิน ถนนรัชดาภิเษก ถนนจรัญสนิทวงศ์ ในกรณีพบมีผู้จอดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อน บนทางเท้าแต่ไม่พบตัวเจ้าของหรือผู้ครอบครอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเคลื่อนย้ายรถดังกล่าวไปเก็บไว้ที่สำนักงานเขต

Advertisement

โดยให้ลงบันทึกประจำวัน ณ สน.ท้องที่ไว้เป็นหลักฐาน เมื่อผู้กระทำความผิดมาขอรับรถคืน ให้สำนักงานเขตดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิด ถ้าไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบหรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำระค่าปรับภายใน 15 วันให้ดำเนินคดีเพื่อฟ้องร้องต่อไป ส่วนกรณีที่พบตัวผู้กระทำความผิด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตักเตือนและสั่งให้เคลื่อนย้ายรถดังกล่าวไปให้พ้นทางเท้า แต่หากไม่ปฏิบัติตามก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการเคลื่อนย้าย และให้ผู้กระทำความผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายไปจริงให้กับเจ้าพนักงานท้องถิ่น และนำตัวไปยังสำนักงานเขตหรือสถานที่เปรียบเทียบปรับพร้อมของกลางต่อไป

สำหรับรายงานผลการจับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำผิด ประจำปี 2559 มีผู้กระทำผิด จำนวน 13,868 ราย ค่าปรับจำนวน 8,579,060 บาท