กระจ่าง!! การ "สลับยางรถยนต์" ยังไงให้ถูกวิธี หากยังทำแบบผิดๆ ระวัง! อาจถึงตาย!?

กระจ่าง!! การ "สลับยางรถยนต์" ยังไงให้ถูกวิธี หากยังทำแบบผิดๆ ระวัง! อาจถึงตาย!?

เคยเปรียบเทียบไว้หลายครั้งแล้วว่า “ยางรถยนต์ก็เปรียบเหมือนรองเท้าที่เราใส่กัน” เพราะช่วยเรื่องการทรงตัวที่ดี รองรับการกระแทก และเพิ่มความนิ่มนวล ดังนั้นเมื่อเราใช้งาน 2 สิ่งนี้ไปนาน ๆ ยางสึกหรอได้ ไม่แตกต่างกันเพียงแต่รองเท้านั้นเราใส่สลับข้างกันไม่ได้

เคยเปรียบเทียบไว้หลายครั้งแล้วว่า “ยางรถยนต์ก็เปรียบเหมือนรองเท้าที่เราใส่กัน” เพราะช่วยเรื่องการทรงตัวที่ดี รองรับการกระแทก และเพิ่มความนิ่มนวล ดังนั้นเมื่อเราใช้งาน 2 สิ่งนี้ไปนาน ๆ ยางสึกหรอได้ ไม่แตกต่างกันเพียงแต่รองเท้านั้นเราใส่สลับข้างกันไม่ได้ การสึกหรอของพื้นรองเท้าจึงเกิดขึ้นในจุดเดิมจนในที่สุดรองเท้าก็จะขาดหรือพังไป แต่ยางรถยนต์นั้นเราสามารถสลับเปลี่ยนตำแหน่งของล้อทั้ง 4 ได้ ซึ่งการสลับยางนี้เองช่วยให้หน้ายางที่สัมผัสกับถนนสึกหรออย่างใกล้เคียงกัน และช่วยยืดอายุของยางรถยนต์ให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นด้วย

สำหรับระยะเวลาในการสลับยางนั้นสมภพ เกิดมงคล ผจก.เทคนิคการตลาดผลิตภัณฑ์ บริษัท สยามมิชลิน ให้คำแนะนำว่าควรทำทุก ๆ ระยะการใช้งาน 10,000 กม. แต่ถ้ายางสึกหรอที่ผิดปกติ เช่น สึกเอียงหรือสึกเป็นฟันปลา ก็สามารถสลับยางก่อนครบ 10,000 กม.ได้ ส่วนวิธีการสลับยางนั้นก็สามารถจะแบ่งได้ตามประเภทของยางที่รถคันนั้นใช้ รูปแบบซึ่งที่นิยมกันจะมีอยู่ 3 แบบ

1.ลายดอกยางแบบสมมาตร เป็นลายดอกยางแบบมาตรฐานที่นิยม โดยลายดอกยางด้านนอกและในเหมือนกับภาพสะท้อนในกระจก (เหมือนกันทุกประการแต่กลับทิศ) ลายดอกยางแบบนี้จึงไม่มีทิศทางการหมุนสามารถสลับยางได้อย่างอิสระ

2.ลายดอกยางแบบไม่สมมาตร เป็นลายดอกยางแบบใหม่ล่าสุดที่มีด้านนอกด้านในไม่เหมือนกัน แต่ไม่มีทิศทางการหมุนโดยออกแบบให้ลายดอกยางแต่ละด้านทำหน้าที่เฉพาะเจาะจง

3.ลายดอกยางแบบที่มีทิศทางการหมุน เป็นลายดอกยางที่มีทิศทางการหมุนไปทางเดียว สังเกตได้ง่ายว่าลายดอกยางแบบนี้จะมีด้านนอกด้านในเหมือนกันและหันไปในทิศทางเดียวกัน

การสลับยางจึงมีหลากหลายรูปแบบซึ่งต้องดูด้วยว่ายางรถเป็นแบบไหนและเป็นรถที่ขับเคลื่อนล้อหน้าหรือขับเคลื่อนล้อหลัง หรือขับเคลื่อน 4 ล้อ ดังนั้นจึงควรรู้ถึงวิธีสลับยางให้ถูกวิธี เพื่อให้ยางมีอายุการใช้ที่ยาวนานและคุ้มค่ามากที่สุด

Advertisement

รถที่ใช้ดอกยางแบบสมมาตร ขนาดเท่ากันทั้ง 4 เส้น แต่ไม่มียางอะไหล่หรือใช้ยางอะไหล่ขนาดเล็ก การสลับยางในรถที่ขับเคลื่อนล้อหน้าให้นำล้อหน้าทั้ง 2 ข้างลงหลังในฝั่งเดียวกันแล้วนำล้อหลังทั้ง 2 ข้างทแยงไปล้อหน้า ส่วนรถที่ขับเคลื่อนล้อหลังและรถที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้นำล้อหน้าทั้ง 2 ข้างทแยงไปล้อหลัง ส่วนล้อหลังให้สลับไปล้อหน้าในฝั่งเดียวกัน การสลับยางแบบนี้ก็คือการเปลี่ยนตำแหน่งของยางทั้ง 4 เส้น ให้กระจายไปอยู่ที่ตำแหน่งของล้อทั้ง 4 ด้าน เพื่อให้สึกเท่ากัน

รถที่ใช้ดอกยางแบบสมมาตรขนาดเท่ากันทั้ง 4 เส้นและมียางอะไหล่ขนาดเดียวกัน รถที่มียางอะไหล่ขนาดเดียวกันกับล้ออื่นนั้นในรถที่ซื้อมาใหม่ ๆ ป้ายแดงเลยยางจะมีอายุที่เท่า ๆ กัน ลำดับขั้นการเปลี่ยนยางจะเป็นแบบสลับทั้ง  5 เส้น ซึ่งทำได้ 2 แบบดังในรูปที่นำมาลงให้ดู โดยในกรณีที่เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าจะสลับยางตามแบบรูปที่ 1 และในกรณีที่เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังสำหรับขับเคลื่อน 4 ล้อจะสลับยางได้ตามรูปที่ 2

รถที่ใช้ดอกยางแบบไม่สมมาตรยางทั้ง 4 ล้อมีขนาดที่เท่ากันหรือไม่เท่ากัน ยางแบบนี้มีด้านที่ถูกกำหนดให้หันออกจากตัวรถที่แน่นอน ซึ่งสามารถดูได้จากตัวอักษรภาษาอังกฤษ “outside” ที่แก้มยาง คือให้หันด้านนี้ออกนอกตัวรถในกรณีที่ขนาดของยางเท่ากันทั้ง 4 เส้นจะใช้วิธีการสลับยางแบบเดียวกับรถที่ใช้ยางแบบดอกยางสมมาตร และตามชนิดของล้อขับเคลื่อน แต่ถ้าเป็นรถที่ใช้ยางหน้า-หลังไม่เท่า
กันจะใช้การสลับซ้ายขวาบนแกนเพลาเดียวกันโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องถอดยางออกจากกระทะล้อ

รถที่ใช้ยางแบบมีทิศทางการหมุนยางทั้ง 4 ล้อมีขนาดที่เท่ากันหรือไม่เท่ากัน สำหรับยางแบบกำหนดทิศทางการหมุนและยางทั้ง 4 ล้อมีขนาดเท่ากันสามารถสลับยางได้วิธีเดียว คือ เอาล้อหน้าลงหลังและล้อหลังไปล้อหน้าในฝั่งเดียวกัน ส่วนรถที่ใช้ยางหน้า-หลังมีขนาดไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตามมิชลินไม่แนะนำให้สลับยางล้อหน้าไปหลังหรือหลังไปหน้าแต่ถ้าต้องการจะสลับยางสามารถสลับยางได้ในเพลาเดียวกัน คือล้อหน้าขวาไปล้อหน้าซ้ายหรือล้อหลังขวาไปหลังซ้าย วิธีการสลับบนเพลาเดียวกันแบบนี้จำเป็นที่จะต้องถอดยางออกจากกระทะล้อแล้วทำการสลับยางจากซ้ายไปขวาและขวาไปซ้ายในเพลาเดียวกัน และต้องดูทิศทางการหมุนให้ถูกต้องด้วย

หลังจากสลับยางแล้วต้องถ่วงล้อไหม มิชลินแนะนำว่าควรจะทำการตรวจเช็กค่าถ่วงล้ออีกครั้งก่อนสลับยาง เนื่องจากยางที่วิ่งมา 10,000 กม.นั้น ยางสึกหรอและยังอาจเกิดการกระแทกระหว่างใช้งาน

ข้อมูลจากdailynews