โคตรสยอง!! พยาบาลสาวขับเก๋งจะไปเข้าเวร เลี้ยวยูเทิร์นเหมือนทับบางอย่าง ลงมาดูถึงกับตกใจ เมื่อเจอแบบนี้เข้าเต็มๆถึงกับช็อกพูดไม่ออก!!

โคตรสยอง!! พยาบาลสาวขับเก๋งจะไปเข้าเวร เลี้ยวยูเทิร์นเหมือนทับบางอย่าง ลงมาดูถึงกับตกใจ เมื่อเจอแบบนี้เข้าเต็มๆถึงกับช็อกพูดไม่ออก!!

พยาบาลสาว รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม เมืองอุดรฯ ขับรถเก๋งจะไปเข้าเวร เลี้ยวยูเทิร์น รู้สึกว่าทับอะไรบางอย่าง จอดลงมาดู ถึงกับช็อก เป็นศพช่างก่อสร้างคาอยู่ที่ล้อหลังขวา ถูกทับลากมาไกลร่วม 20 ม. กะโหลกแตก ไส้ทะลัก ยืนยันไม่ได้ขับชนแน่นอน... 

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 23 ก.พ. พ.ต.ท.พิทักษ์ วาปีทะ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุรถชนคนเสียชีวิต ที่ยูเทิร์นโรงงานยางศรีตรัง ถนนอุดรธานี –สกลนคร บ้านจำปา ต.หนองนาคำ จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องทาง ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง พบศพ นายสำรวย เขียวคำ อายุ 58 ปีชาวบ้านหมู่ 2 บ้านวังฮาง ต.สร้อยพร้าว อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี ช่างก่อสร้าง ถูกรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์ดำ หมายเลขทะเบียน กค 4631 กาฬสินธุ์ เหยียบศพติดอยู่ล้อหลังด้านขวา กะโหลกแตก มันสมองกระจาย และท้องแตกไส้ทะลัก ภายในกระเป๋ากางเกงพบเงินสด 900 บาท บริเวณที่เกิดเหตุพบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อลาวา 1 เครื่อง กระป๋องเบียร์ 2 กระป๋อง

สอบสวน น.ส.มนัสชนก สาระพันธ์ อายุ 27 ปี ชาวบ้านหมู่ 10 ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี พยาบาลโรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋ง ยังมีอาการตื่นตกใจ ให้การว่า ตนขับรถเก๋งมาทำธุระกับเพื่อน 3 คน และกำลังจะขับรถกลับไปเข้าเวรที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ถนนไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ตนได้ให้สัญญาณไปเลี้ยวเพื่อจะยูเทิร์นกลับเข้าตัวเมืองอุดรธานี แต่รู้สึกว่าได้เหยียบสิ่งของขนาดใหญ่ และติดที่ล้อรถลากมาประมาณ 20 เมตร จึงจอดรถลงมาดู และก็แทบจะช็อก เมื่อพบว่าเหยียบศพคน แต่ขอยืนยันว่าตนไม่ได้ชนคนเดินถนนแน่นอน

Advertisement

ด้าน พ.ต.ท.พิทักษ์ วาปีทะ เปิดเผยว่า ภรรยาผู้ตายให้การว่า ผู้ตายเป็นช่างก่อสร้าง มาทำงานอยู่ที่โรงงานยางศรีตรังกับผู้รับเหมา ก่อนเกิดเหตุ หลังเลิกงานผู้ตายบอกภรรยาว่า จะเดินข้ามถนนไปเติมเงินโทรศัพท์ และซื้อเบียร์ที่ร้านขายของชำหน้าโรงงาน และมาทราบว่าถูกรถชนเสียชีวิตอยู่หน้าโรงงาน ขอรับรองว่าสามีไม่ได้ฆ่าตัวตายแน่นอน

หลังจากตรวจที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ขณะผู้ตายข้ามถนนกลับมา น่าจะถูกรถคันอื่นเฉี่ยวชนล้มลงหมดสติ หรือเสียชีวิตอยู่กลางถนนก่อนแล้ว และยังไม่มีคนมาพบเห็นช่วยเหลือ ต่อมา น.ส.มนัสชนก ได้ขับรถเก๋งเพื่อจะยูเทิร์นจึงเหยียบซ้ำ ประกอบกับบริเวณดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ทำให้มองไม่เห็น จึงเหยียบผู้ตายซึ่งนอนอยู่ เพราะหน้ารถเก๋งไม่มีร่องรอยการเฉี่ยวชนแต่อย่างใด เบื้องต้นจึงยังไม่ได้แจ้งข้อหาและปล่อยตัวไปก่อน ซึ่งตำรวจจะได้สืบสวนหารถที่เฉี่ยวชนผู้ตาย โดยตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป. 

ที่มา thairath