banner
กลับไปหน้าหลัก Siam Board  

  การสอบใบขับขี่

รบกวนพี่ๆ ทั้งหลายครับ คือว่าการสอบใบขับขี่เนี่ยมันมีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ แต่ล่ะขั้นตอนใช้เวลาเยอะไหม แล้วที่เค้าว่ากันว่าสอบบฏิบัติยากอ่ะครับ ไม่ทราบว่ายากจริงไหม ทีทดสอบกี่อย่างครับ สำหรับ สอบภาคปฏิบัติ
คือว่าจะไปสอบอยู่อ่ะครับ ให้เพื่อนสอนขับ และจะไปสอบอ่ะครับ

ขอบคุณทุกความเห็นนะครับ


โดย : เด็กใหม่    [ 20-01-2014 ]   

 
    ตอบ (119941)  
    ไปสอบใขขับขี่ที่จตุกจักรมา ไม่ผ่าน อยากไปสอบแก้ที่อื่นได้ไหมคะ ไม่อยากไปสอบแก้ที่นั่นแล้ว คนเยอะ    
       
    โดย มด [2010-10-14 : ]ppp-58-8-81-63.revip2.asianet.co.th  
       
 
    ตอบ (115994)  
    ผมจะไปสอบใบขับขี่อินเตอร์อยากทราบว่าข้อสอบมันจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษครั(ไดยินมาสองอย่างก็เลยงงครับ อีกคนบอกภาษาไทย อีกคนบอกภาษาอังกฤษ) และสอบปฎิบัติเหมือนใบขับขี่ไทยรึเปล่าครับ   
       
    โดย ว๊ากกกกก [2009-08-29 : ]ppp-61-90-15-193.revip.asianet.co.th  
       
 
    ตอบ (115982)  
    อยากขอสอบถามหน่อยคะ ถ้าไปสอบปฏิบัติแล้วไม่ผ่าน วันที่ไปสอบแก้ตัวจำเป้นต้องไป สอบที่พื้นที่เดิมหรือไม่ สามารถไปสอบที่พื้นที่อื่นได้หรือ ป่าว นอกจากนี้ ถ้าไปสอบที่อื่นได้ ต้องสอบใหม่หมดหรือป่าว หรือสอบแก้ตัวเฉพาะท่าที่ตกได้เลย ใครรู้ช่วยตอบนะคะ ขอบคุณคะ   
       
    โดย ไดอารี่ [2009-08-28 : ]ppp-58-10-74-141.revip2.asianet.co.th  
       
 
    ตอบ (109791)  
    อยากถามว่า คือผมไปสอบมาสอบข้อเขียนผ่านแต่ปฏิบัติไม่ผ่าน แต่เขามีใบแจ้งให้มาสอบใหม่อีก 3 วันทำการ(ในวันที่12) เฉพาะท่าที่สอบไม่ผ่าน ภายใน90วัน นับตั้งแต่วันที่สอบไม่ผ่าน ไม่งั้นถือว่าสละสิทธิ์***แต่ถ้าผมไม่ไปสอบวันที่12จะได้ไหมครับไปสอบวันอื่นแต่อยู่ภายใน90วันที่เข้ากำหนดจะได้ไหมหรือถ้าไม่ไปสอบตามที่เขาบอกว่าวันที่ 12 ผมต้องยื่อนเรื่องใหท่(สอบใหม่ทั้งหมดเลยหรือคับ) ช่อยบอกหน่อยนะคร้าบ...ขอบคุณคับ   
       
    โดย จิงโจ้ [2009-03-09 : ]  
       
 
    ตอบ (108267)  
    เริ่มเลยละกัน ผมได้ไปถึงสนามสอบตอนราวๆ 7.45 น. ซึ่งศูนย์สอบของผมนั้นจะยอมให้มีการลงทะเบียนเพื่อขอสอบตอน 8.00 น.(สำหรับผู้มาขอสอบแก้ตัวยื่นได้หลัง 8.30) ซึ่งระหว่างนี้เราก็ต้องเตรียมหลักฐานให้พร้อม คือ 1.บัตรประชาชน พร้อม ถ่ายสำเนา 2.สำเนาทะเบียนบ้าน ไม่ต้องใช้ตัวจริง (ที่สนามสอบของผมไม่ใช้ครับ บางที่อาจใช้) 3.รูปถ่ายขนาด 1นิ้ว 2รูป 4.ใบรับรองแพทย์ (สำคัญมาก คนส่วนใหญ่ชอบลืม) หากต้องการสอบทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ต้องส่งสองชุดครับ ผมสอบแค่รถยนต์นั่นล่ะ เพราะเอาไปชุดเดียว จริงๆอยากสอบทั้ง 2แบบ สำหรับคนที่มีแต่ตัวจริงแล้วไม่มีเวลาถ่ายเอกสารนะครับ ผมเดาว่าที่ศูนย์สอบน่าจะมีบริการเครื่องถ่ายเอกสารให้ (ศูนย์สอบผมมีอีกแล้ว) เมื่อคุณยื่นหลักฐานเสร็จ ก็จะต้องไปตามห้องต่างๆเพื่อสอบสมรรถภาพร่างกายครับ การสอบสมรรถภาพร่างกาย 1.เช็คเรื่องตาบอดสีโดยจะให้ดูภาพครับ แล้วกรรมการจะชี้ไปที่จุดแล้วให้เราตอบว่าสีอะไร รูปจริงๆอาจมีสีชมพูบ้าง ส้มบ้าง แต่เวลาตอบ ตอบไปเลยครับ แดง เหลือง เขียว เท่านั้น ลักษณะรูปจะคล้ายๆที่ให้ดูนี่ล่ะครับ คล้ายๆเท่านั้นนะครับ ปล. ขออณุญาตินำรูปของคุณ psv มาเป็นตัวอย่างนะครับ 2.เช็คเรื่องสายตาทางลึก และทางกว้าง ด่านนี้สนุกครับ คือเขาจะมี คันเร่ง ละเบรกมาให้เหยียบ อย่างแรกให้เราเหยียบคันเร่งก่อนครับ ซึ่งเหยียบไปสักพัก ไฟเขียวจะขึ้น (จะมีไฟเขียวประมาณ 10 ดวง และต่อด้วยไฟแดงประมาณ 5ดวง อยู่ติดกัน) ซึ่งจะขึ้นทีละดวง ถ้าเราเหยียบข้างไว้ พอไฟเขียวขึ้นครบ 10 ดวง ไฟแดงก็จะติด และเราก็จะตก วิธีผ่านคือ เราต้องปล่อยคันเร่งและเหยียบเบรก ก่อนที่ไฟแดงจะขึ้น และเช็คสายตาทางลึก โดยมีเครื่องมือที่มีปุ่มมาให้เรากดสองปุ่ม คือปุ่มเขียว กับปุ่มแดง และมีเสาเล็กๆให้เราดูสองต้น คือ เสาซ้าย และเสาขวา โดยเสาขวาจะขยับไม่ได้ อยู่กับที่ แต่เสาซ้ายจะขยับได้โดยที่เราเป็นคนขยับโดยการกดปุ่มแดง กับเขียว เพื่อให้เสา ขยับเข้าและออก วิธีการที่เราจะสอบผ่านคือ กดปุ่มเพื่อจัดให้เสาทั้งสองขนานกันให้ได้(จากในรูปคือตำแหน่งสีเหลืองครับ) 3.เช็คเรื่องการใช้หางตามองครับ คือจะมีเครื่องที่ให้เราเอาหน้าไปใกล้ๆ (จมูกติดเครื่อง) แล้วกรรมการจะกดปุ่มให้ไฟขึ้นที่ด้านข้างๆ ของหน้าเรา ซึ่งเราจะต้องใช้หาตาชำเลืองดูว่า ไฟที่ขึ้นไปสีอะไรครับ ไฟมันจะขึ้นทั้งซ้ายกับขวา ให้ดูแล้วตอบไปเลยว่าสีอะไร ซึ่งด่านนี้ สีเหลือง กับเขียวจะใกล้เคียงกันมาก เหลืองจะเหมือนสีเขียวอ่อนๆอมเหลืองมาก ส่วนสีเขียวก็จะเข้มไปเลย ต้องระวัง ถ้าสีแดงก็หมูไปเลย สำหรับสามด่านนี้ ผมขอเน้นตรงที่ใจเย็นๆ และจำไว้ว่า สีที่ให้ตอบมีสามสีเท่านั้น คือ แดง เหลือง เขียวครับ (จริงๆเราเห็นสีส้ม สีชมพูบ้าง แต่กรรมการต้องการคำตอบ คือ แดง เหลือง เขียวครับ) และทั้งสามด่านนี้ สามารถ ตอบผิดได้ไม่เกินด่านละหนึ่งครั้งครับ ถ้าเกิน กลับบ้านทันทีครับ หมดสิทธิสอบต่อ แต่ถ้าผ่าน ก็สามารถฝ่าไปสอบทฤษฎีได้ครับ การสอบทฤษฎี สำหรับการสอบทฤษฎี ทางกรรมการจะให้หนังสือเรามาหนึ่งเล่มครับ มีรายละเอียดเต็มไปหมด เราควรจะรีบอ่านให้มากที่สุด ช่วงที่กำลังรอเพื่อนๆคนอื่นสอบสมรรถภาพให้เสร็จ เพื่อรอรับฟังการอบรมพร้อมๆกันครับ (จะมีการอบรมก่อนการสอบ) และระหว่างการอบรม แน่นอนว่าน่าเบื่อมาก แต่ สิ่งที่อบรมนั้นข้อสอบล้วนๆครับตั้งใจฟังให้ดี จะมีการอบรมประมาณ หนึ่งชั่วโมงครับ และถ้าเราตั้งใจฟังแล้ว น่าจะผ่านการสอบนี้ไปได้ง่ายๆ (ถ้าไม่โชคร้ายเกินไปนัก) การสอบในรอบนี้จะสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์ครับ ซึ่งวิธีใช้คอมพิวเตอร์กรรมการจะแนะนำในการอบรม(หรือเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.dlt.go.th/article/km6/index.php) ให้เวลาสอบหนึ่งชั่วโมง (นานมาก ศูนย์สอบผมมีสถิติคือ คนเร็วสุดทำได้หกนาที 29 คะแนน) อ้อข้อสอบมี 30 คะแนนครับ 23 เกือบตก แต่ 22 เกือบผ่านครับ สำหรับเนื้อหาการสอบคือ ความคิดเห็นที่ 7 • พวกสัญลักษณ์ ป้ายจราจร ต่างๆ เน้นมาก • พวกโทษต่างๆในการขับขี่ เช่น เมาแล้วขับ โดนจับปรับเท่าไหร่ • ดูรูปภาพแล้วตอบว่า สถานการณ์อย่างนี้ ควรทำอย่างไร • เรื่องการดูแลรถเบื้องต้น เช่น ถ้ายางเก่าแล้วจะมีลักษณะเช่นไร หรือ ถ้าเราจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องควรเปลี่ยนตอนไหน(เป็นเรื่องเดียวที่ไม่มีในการอบรม เป็นเหตุผลที่ผมเขียนว่า น่าจะสอบผ่านถ้าไม่โชคร้ายเกินไปนัก ในกรณีที่เจอคำถามส่วนนี้ที่ยากๆแล้วเดาไม่ถูก) การผิดได้ถึง 7 ข้อผมว่าเยอะมากครับ ถ้าตั้งใจฟังในห้องอบรม ซึ่งนั่นจะทำให้เราผ่านได้ไม่ยากครับ และทั้งการสอบสมรรถภาพร่างกาย และสอบทฤษฎีนี้ จะสอบเสร็จและรู้ผลก่อนเที่ยงครับ เมื่อเสร็จแล้วเราก็ไปกินข้าวได้เลย เมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว เราก็สามารถมาสอบใหม่ได้ในตอนบ่าย (สำหรับคนที่ยังไม่ผ่าน) ส่วนคนที่ผ่านแล้ว ก็สามารถไปลงทะเบียนเพื่อสอบปฏิบัติได้ในเวลา 12.45 ครับ สอบปฏิบัติ ก่อนอื่นเลยก็ต้องลงทะเบียนอีกครับ และจะได้บัตรสีส้มที่มีเลขประจำตัวสำหรับการสอบมา ซึ่ง เลขคี่ จะได้สอบในช่อง A และ เลขคู่จะได้สอบในช่อง B (ที่ศูนย์สอบของผมจะมีช่องให้ถอยเข้าและออก สองช่องทาง) และเลขประจำตัวนี้ ก็จะต้องใช้ในการเช่ารถด้วยครับ สำหรับการเช่ารถ คันละ 100 บาทครับ เราก็ไปติดต่อขอเช่าโดยการจ่ายเงิน และเอาบัตรสีส้มที่ได้มายื่นให้เขาไปเลยครับ ซึ่งถ้าถึงคิวของเราเขาก็จะเรียกให้เราไปรับรถเอง (เรียกคิวตามเลขบนบัตรสีส้ม) สำหรับคนที่เอารถไปสอบเอง กรรมการจะเรียกเป็นช่วงๆครับ เช่น เรียกเลขที่ 108 – 150 คนที่มีเลขระหว่างนี้ ก็สามารถเอาไปรถไปสอบได้เลย(ศูนย์สอบกรุงเทพเฉลี่ยแล้วมีคนไปสอบตกวันละประมาณเกือบร้อยครับในช่วงบ่าย แต่ต่างจังหวัดประมาณสิบกว่า) ไม่ต้องตามคิวแต่อย่างใด หมายความว่า คนที่ 150 อาจได้สอบก่อน 108 ก็ได้ถ้าเอารถเข้าสนามสอบก่อน ส่วนเลขที่150ขึ้นไปก็รอโดยการนั่งดูวีดีทัศน์สาธิตการสอบไปพลางๆก่อนครับ ในการสอบมี 3 ท่าครับคือ • จอดเข้าซองครับโดยการเอาหน้าเข้า • ถอยหลังเข้าซองครับ โดยการถอยจากจุดสอบที่หนึ่งที่เราเข้าโดยการเอาหน้าเข้า • จอดชิดขอบทาง 1. การเข้าซอง(เอาหน้าเข้า) สำหรับด่านนี้ ส่วนใหญ่ผ่านครับเพราะถือเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว จุดที่ต้องระวังคือ เมื่อเราอยู่ในรถ ต้องคาดเข็มขัด ห้ามรับโทรศัพท์ และรถห้ามดับครับ(ผมเลยเช่ารถเกียร์ออโต้ไปสอบทันทีกลัวดับครับ) ไม่อย่างนั้น ตกทันทีครับ (คณะขับต้องเปิดกระจกทั้งสองด้านด้วยนะครับ กรรมการจะได้คุยกับเราได้ และควรเปิดไฟเลี้ยวเมื่อต้องการจะเลี้ยวด้วย ได้ข่าวมาว่าบางที่ไม่เปิดไฟเลี้ยวตกเลยเช่นกัน) สำหรับช่องที่ให้เข้าไปจอดนั้น ผมว่ามีขนาดใหญ่กว่าช่องจอดปกติเล็กน้อยครับ ปล.รูปจากคุณ psv อีกแล้วครับ ขอบคุณครับ 2. ถอยหลังเข้าซองครับ ที่ตกกันส่วนใหญ่เลยก็ท่านี้ล่ะครับ สำหรับข้อนี้จะมีกฎเพิ่มมาคือ ให้ใช้เกียร์ได้เพียง 7 เกียร์ครับ (สำหรับถอยเข้า และ ถอยออกเพื่อไปสอบด่านต่อไปด้วย)ถ้าใช้เกินตกครับ และสำหรับด่าน 2 นี้เอง ที่เป็นจุดที่แตกต่างกันของ ช่อง A และ ช่อง B ครับ เพราะระยะการถอยจะต่างกัน ซึ่งหลักการถอยนั้น ผมขอยังไม่เขียนถึงครับ เพราะไม่ทราบว่า ศูนย์สอบทั่วไปเป็นแบบนี้หรือไม่ 3. 4. 3. จอดเทียบฟุตบาท ด่านนี้ ให้จอดเทียบฟุตบาทโดยมีระยะห่างห้ามเกิน 25 ซมครับ(ตามกฎหมาย และมีถามในตอนสอบทฤษฎีด้วยนะ)และจอดหลังป้ายเครื่องหมายหยุด ในระยะทางที่พอเหมาะ ซึ่งในขณะสอบด่านนี้ จุดที่ยากคือห้ามใช้เกียร์ถอยหลังครับ ถ้าใช้ตกทันที จอดระยะห่างเกินที่กำหนดก็ตกทันที สำหรับด่านนี้มีเทคนิคคือเราควรจัดรถให้มีระยะที่พอดีก่อนที่จะเข้าไปยังพื้นที่สอบครับ เพราะถ้าเข้าพื้นที่สอบแล้วเราจะไม่สามารถใช้เกียร์ถอยหลังได้ ปล.ดูที่ล้อนะครับต้องเหยียบพื้นที่สีเหลืองครับ ที่จะแสดงว่าอยู่ในระยะที่สอบผ่าน สำหรับการสอบทั้งสามท่านี้จะต้องสอบเสร็จก่อน 15.30ครับ สิ่งที่เราต้องเน้นเลยคือ ใจเย็นๆครับ คนไปสอบก็มือใหม่ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องรน ถ้าเป็นไปได้ คันเร่งไม่ต้องไปเหยียบเลยก็ได้ครับ (ก็เขาไม่ได้ห้ามนี่ และส่วนใหญ่ที่ผมไปแอบถามมา คนผ่านส่วนใหญ่ก็ไม่เหยียบคันเร่งเหมือนผม) ค่อยปล่อยๆรถไหลไป ถ้าผิดอะไร จะได้แก้ทันครับ คนสอบตกส่วนใหญ่จะประหม่า เลยทำให้ตัดสินใจผิดพลาด และที่สำคัญอย่าตกม้าตายเรื่องที่ควรระวังครับ เช่น คาดเข็มขัด โทรศัพท์มาห้ามรับ(ปิดไปเลยยิ่งดี) และอย่าลืมเปิดไฟเลี้ยวหากจะเลี้ยว สำหรับคนที่สอบผ่าน ก็สามารถไปจ่ายเงินค่าทำใบขับขี่ได้เลยครับ ประมาณ 105 บาทนะครับ ถ้าจำไม่ผิด สำหรับคนที่ยังไม่ผ่าน ก็สามารถมาสอบแก้วันหลังได้ (เอาใบนัดด้วยหลังจากสอบตก) ซึ่งสามารถแก้เฉพาะท่าที่ไม่ผ่านได้ แต่ ถ้าตกท่า2 ต้องสอบท่าที่1ด้วย เพราะเป็นท่าต่อเนื่องครับ สุดท้ายนี้ขอฝากถึงคนที่ไปสอบแล้วแต่ยังไม่ผ่านนะครับ ว่าไม่ต้องเสียใจไป ไปสอบครั้งใหม่ใจเย็นๆครับอย่าไปเครียดกับมัน คิดว่าไปขับเล่นสนุกๆดีกว่า ส่วนเรื่องซื้อใบขับขี่อย่าไปซื้อเลยครับตัดปัญหาการถูกหลอก ได้ยินมาว่ามีพวกกลุ่มหลอกหลวงที่มาบอกว่าจ่ายเงินให้เขา แล้วเขาจะสามารถไปเอาใบขับขี่มาให้เราได้โดยไม่ต้องสอบ แต่พอเราจ่ายไปก็หายต๋อม การสอบมันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมเรายังได้อะไรมากกว่าที่คิดครับ ที่มา: http://topicstock.pantip.com/ratchada/topicstock/2007/04/V5359497/V5359497.htmlวันที่ 28พย51    
       
    โดย nitit [2008-11-28 : ]  
       
 
    ตอบ (51028)  
    ผมสอบที่จตุจักรน่ะ นานมากกกกกก แล้ว
ขอเตือนแค่เรื่องปฏิบัติ ว่าสอบข้อเขียน(หมูๆ) เสร็จแล้ว อย่ารีบไปต่อคิวเพื่อขับครับ แอบไปยืนดูรถที่สอบ จำ "เส้นทาง" และการหยุด การรอ การให้สัญญาณ ให้เคลียร์ เพราะสนามสอบมัน "ไม่เหมือนถนน" ครับ ป้ายบังคับบางตำแหน่งวางแทบจะตรงหัวเลี้ยวพอดี ซึ่งไม่มีถนนที่ไหนทำ(ยกเว้นทางด่วนบางจุด หุหุหุ)
ตอนผมสอบ มั่นใจมาก ลงมาปุ๊บ ยื่นเอกสารปั๊บ รอคิวเลย ไม่ดูรถในสนามด้วย เพราะคิดว่าข้าแน่.... แต่พอสอบ ดันไม่ทันเห็นป้ายห้ามเลี้ยว เลี้ยวตามคันนำหน้า(ซึ่งมันดันขับผิดซะด้วย) เลยสอบตกรวดสามคันเลยครับ เหอ เหอ.....ต้องมาอีกวันนึงเพราะเค้าไม่ให้ซ่อมในวันนั้น เซ็งไปเลย ยกมาเป็นอุทธาหรณ์นะครับ อิอิอิ
 
 
       
    โดย M(น่ารัก) [2007-01-14 : ]  
       
 
    ตอบ (51023)  
    สอบใบขับขี่ก็มีภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ใช้เวลา 1 วัน เมื่อสอบทฤษฎีผ่านก็รอการปฏิบัติ ภาคปฏิบัติก็มี 3 ขั้นตอนคือ 1) ถอยเข้าจอด 2) เดินหน้าเข้าไปกลับรถภายในช่องทางที่จำกัด (กว้าง 6 ม.)โดยประมาณ 3) เข้าจอดชิดขอบทางต้องไม่ห่างเกิน 25 ซ.ม.)โดยประมาณ ฝึกให้ชำนาญแล้วก็ต้องผ่านครับ   
       
    โดย หนุ่มลูกทุ่ง [2007-01-14 : ]  
       
 
 
ตอบกระทู้
  ระบบจะทำการเก็บ Log File จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน ตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ ปี 2551
  ec2-107-21-67-191.compute-1.amazonaws.com 
*ชื่อผู้ตอบกระทู้ :
email :
*Code
0096
   *ระบุ code 4 หลัก
*รายละเอียด :
 
 
   
   
   
ขอบคุณผู้สนันสนุนด้านข้อมูล

| หนังสือพิมพ์บ้านเมือง | นิตยสารดัชนีซื้อ-ขาย | นิตยสารAutomobileRacingCar | นิตยสารวัฏสารรถ Weekly | นิตยสาร Auto Line | นิตยสาร Auto Option | หนังสือพิมพ์ Motor Review |
| นิตยสาร Car Performance | นิตยสาร XO Autosport | นิตยสาร OFFROAD | นิตยสาร ออโต้ เรซซิ่ง | นิตยสาร 4x4 สเปเชี่ยล | นิตยสารกรังด์ปรีซ์ | นิตยสาร Car All Style | นิตยสาร 4x4 ADVENTURE |


 
..Since : 01/01/1999
SIAMCAR.COM CO.,LTD. © Copyright 2008 Allright Reserved
Contact Us : info@siamcar.com Tel : 0888-700010