CNBC เผย "แร่ลิเทียม" เริ่มขาดแคลน! ทำเอาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าพุ่งสูงหลายเท่าตัว ในปี 2025 นี้
การขาดแคลนแบตเตอรี่ลิเทียมทั่วโลกอาจกำลังเกิดขึ้น เนื่องจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ภายในปี 2025 นี้ จากความต้องการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รถ EV แพงตามไปด้วย
โลกอาจเผชิญกับการขาดแคลนแร่ลิเธียม (Lithium) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักสำคัญที่ใช้ผลิต "แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า" เนื่องจากความต้องการรถ EV เพิ่มสูงขึ้น โดยแร่นี้ซึ่งมีราคาสูงและหาได้ยากอยู่พอสมควร นักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่าอาจมาถึงภายในปี 2025 แต่อย่างไรก็ตาม คนอื่นๆ มองเห็นกรอบเวลาที่นานกว่านี้ก่อนที่จะขาดแคลน

BMI Research ซึ่งเป็นหน่วยวิจัยของ Fitch Solutions เป็นหนึ่งในกลุ่มที่คาดการณ์การขาดดุลอุปทานลิเธียมภายในปี 2025 ในรายงานที่เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ BMI อ้างว่าการขาดดุลนั้นเกิดจากความต้องการลิเธียมของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีน ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

โดยระหว่างปี 2023 - 2032 ประเทศจีน จะมีความต้องการแร่ลิเทียมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 20.4% แต่ในขณะเดียวกันจำนวนแร่ลิเทียมที่จีนผลิตได้นั้น จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราวๆ 6% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งจีน เป็นผู้ผลิตลิเธียมรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก

ในปี 2021 โลกผลิตแร่ลิเทียมได้ 540,000 ตัน แต่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่า ความต้องการแร่ลิเทียมทั่วโลก จะพุ่งสูงถึงมากกว่า 3 ล้านตัน
จากการคาดการณ์ของ S&P Global Commodity Insights ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าตั้งเป้าไว้ที่ 13.8 ล้านคันในปี 2023 แต่จะเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านคันในเวลาต่อมาภายในปี 2030

“โดยพื้นฐานแล้วเราเชื่อในเรื่องการขาดแคลนอุตสาหกรรมลิเทียม เราคาดการณ์การเติบโตของอุปทานแน่นอน แต่ความต้องการถูกกำหนดให้เติบโตเร็วขึ้นมาก” Corinne Blanchard ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยลิเทียมและเทคโนโลยีสะอาดของ Deutsche Bank กล่าว

จากข้อมูลของบริษัทวิจัยพลังงาน โครงการลิเทียมหลายร้อยโครงการอยู่ระหว่างการสำรวจ แต่ความซับซ้อนในด้านธรณีวิทยาและกระบวนการขออนุญาตที่ใช้เวลานาน ยังคงเป็นความท้าทาย ซึ่งปัจจุบันมีเหมืองลิเทียมเพียง 101 แห่งในโลก ตามข้อมูลของ Refinitiv

ที่จึงเป็นเหตุที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายๆ เจ้า ได้ร่วมมือกับบริษัทแบตเตอรี่ต่างๆ ในการคิดค้นแบตเตอรี่จากพลังงานใหม่ๆ จากวัตถุดิบอื่น หรือแร่ใหม่ๆ กันมากขึ้น อาทิ แบตเตอรี่เกลือ เป็นต้น
แหล่งที่มาจาก
- CNBC